ผศ.ดร.เสถียร ฉันทะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
ผลการตรวจตะกอนดินในแม่น้ำที่ปนเปื้อนสารโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูยังเป็นประเด็นที่น่าวิตกกังวล เนื่องจากรายงานผลการตรวจของ สคพ.(สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ) 1 เชียงใหม่ พบว่าในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงยังมีค่าเกินมาตรฐานที่มีอันตรายต่อสัตว์หน้าดินหลายจุดโดยเฉพาะจุดที่ผลการตรวจพบว่าปริมาณสารหนูในตะกอนดินมีค่าสูงที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงทั้งในแม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง โดยแม่น้ำโขงผลตรวจวิเคราะห์ตะกอนดิน 4 จุด พบปนเปื้อนสารหนูสูงที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินทั้ง 4 จุด คือเกินกว่า 33 มก./กก.น้ำหนักแห้ง โดยจุดเก็บตัวอย่างจุดที่หนึ่งจุดผ่านแดนสามเหลี่ยมทองคำพบปริมาณสารหนูในตะกอนดิน 44 มก./กก. จุดที่สองบริเวณ ต.เวียง อ.เชียงแสนพบปริมาณสารหนูในตะกอนดิน 92 มก./กก. จุดที่สามบ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสนพบปริมาณสารหนูในตะกอนดิน 111 มก./กก. และจุดที่สี่บ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงรายพบปริมาณสารหนูในตะกอนดิน 87 มก./กก. และเมื่อย้อนกลับไปดูผลการตรวจตะกอนในแม่น้ำโขงตั้งแต่ครั้งที่ 1 (9 เมษายน 2568) จนมาถึงครั้งล่าสุดคือครั้งที่ 11 (19-23 พฤษภาคม 2569) ดังแสดงในรูปกราฟและตาราง
จากข้อมูลผลการตรวจในตารางจะเห็นว่าปริมาณสารหนูที่พบในตะกอนดินแม่น้ำโขงมีแนวโน้มที่พบเกินค่าเกณฑ์มาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในทางวิชาการจึงสันนิษฐานได้ว่าระบบนิเวศของตะกอนดินในแม่น้ำโขงในพื้นที่ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปจนถึงเชียงของอยู่ในภาวะที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อสัตว์หน้าดินที่เป็นระบบห่วงโซ่อาหารที่อยู่ฐานล่างในระบบนิเวศแม่น้ำโขงกำลังถูกทำลายลง และเมื่อสัตว์หน้าดินถูกกินโดยสัตว์ที่อยู่เหนือขึ้นมาเช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ย่อมรับเอาสารโลหะหนักโดยเฉพาะสารหนูที่ตรวจพบนั้นเข้าสู่ร่างกายสุดท้ายคือมนุษย์ที่เป็นผู้บริโภคในห่วงโซ่อาหารสูงสุด นั่นคือผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนที่กำลังจะได้รับอันตรายจากพิษสารหนูที่ก่อตัวสะสมในร่างกายอย่างช้าๆ
ดังนั้นกรณีที่กรมเจ้าท่าที่กำลังประมูลขายกรวดทรายจากการดูดและตักตะกอนขึ้นมาจากแม่น้ำโขงในพื้นที่ปนเปื้อนสารหนูและกรวดทรายตะกอนดินเหล่านี้กำลังจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆหลากหลายออกไปของผู้ประมูลหรือผู้ที่รับซื้อไป จึงเป็นสิ่งที่ต้องพึงตระหนักถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งพืชและสัตว์หากยังไม่ได้มีการตรวจการปนเปื้อนของสารหนู ซึ่งประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดไว้ในข้อ 2 ให้กำหนดมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดิน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
1. มาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อปกป้องสัตว์หน้าดิน คือระดับความเข้มข้นสูงสุดของสารอันตรายในตะกอนดินที่สัตว์หน้าดินสามารถอาศัยได้ โดยไม่เกิดอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งน้ำผิวดินต่อไป โดยมาตรฐานของสารหนูกำหนดไว้ว่า โลหะหนัก (Heavy Metals) ได้แก่ สารหนู (Arsenic) ต้องไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักแห้ง และมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรงคือมากกว่า 33 มก./กก.
2. มาตรฐานคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อปกป้องมนุษย์ผ่านห่วงโซ่อาหารคือระดับความเข้มข้นสูงสุดของสารอันตรายในตะกอนดินที่สะสมและถ่ายทอดสู่สัตว์น้ำผ่านห่วงโซ่อาหารและมนุษย์สามารถรับประทานสัตว์น้ำโดยไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยในระยะยาว
อย่างไรก็ตามกรณีการจำหน่ายตะกอนดินของกรมเจ้าท่าที่มีปริมาณสารหนูปนเปื้อนในแหล่งน้ำโขงนั้น จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องชะลอการเคลื่อนย้ายตะกอนดินทั้งหมดออกจากพื้นที่ขุดหรือดูดขึ้นมาเนื่องจากไม่ทราบว่าตะกอนดินและกรวดทรายนั้นมีการปนเปื้อนสารหนูหรือไม่ ซึ่งจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบก่อนว่าตะกอนดินเหล่านั้นมีการปนเปื้อนสารหนูมากน้อยเพียงใดและจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในด้านใดบ้าง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษเองได้ออกประกาศคำเตือนแนวทางในการนำเอาตะกอนดินไปใช้ประโยชน์ไว้ดังนี้คือ
ตะกอนดินที่ตรวจพบสารหนูไม่เกิน 6 มก./กก. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกวัตถุประสงค์
ตะกอนดินที่ตรวจพบสารหนู 7-25 มก./กก. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกวัตถุประสงค์แต่ควรหลีกเลี่ยงการนำไปถมที่สร้างที่อยู่อาศัย
ตะกอนดินที่ตรวจพบสารหนู 26-500 มก./กก. ไม่เหมาะในการนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ
ตะกอนดินที่ตรวจพบสารหนูเกิน 500 มก./กก. จัดว่าเป็นกากของเสียอันตรายต้องนำไปฝังกลบอย่างปลอดภัย
————–


