ปลัดอำเภอแฉเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะสุดมั่วเอกชนอ้างพื้นที่ครอบครองกันซ้ำซ้อน-ชาวบ้านสุดระทมชาวเลเผยสูญที่ดินทำเลทอง46 ไร่-ถูกข่มขู่-บังคับซื้อ

image

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2557 นายพีรพัฒน์ เงินเจริญ ปลัดอำเภอเมือง จังหวัดสตูล ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งกรณีปัญหาที่ดินระหว่างชาวเลและนาย่ทุนบนเกาะหลีเป๊ะว่า เนื่องจากปัจจุบันมีการขยายตัวของรีสอร์ต และธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะอย่างมาก ส่งผลต่อปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านและนายทุน ข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับรัฐบาล ในเรื่องการรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งที่ดินบนเกาะนั้นมีการเปลี่ยนถ่ายผู้ถือครองประมาณ 4 รุ่นแล้ว โดยขณะนี้ผู้ถือครองในรุ่นที่ 4 ก็มีความขัดแย้งกับหน่วยงานราชการและนายทุนมาโดยตลอด 

นายพีรพัฒน์กล่าวว่าได้มีตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล โดยมี พ.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน แต่ปัจจุบันเมื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ประกาศกฎอัยการศึก การทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ก็ต้องหยุดพักโดยคณะอนุกรรมการดังกล่าว ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและปัญหาในเรื่องที่ดินอาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ประกอบกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชนชาวเล 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล แต่การตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินยาก เพราะมีการเปลี่ยนสิทธิครอบครองบ่อย

“การซื้อขายของชาวบ้านนั้น เมื่อก่อนเป็นการตกลงกันปากเปล่า แต่ต่อมานายทุนฉลาดขึ้น การซื้อขายหรือหลอกซื้อของนายทุนก็อาศัยจังหวะประกาศสิทธิ์ ยื่นขอสิทธิ์ พอกรมที่ดินไปตรวจสอบ ทำรังวัดก็พบว่าพื้นที่แต่ละแห่งมีคนอ้างสิทธิมากกว่า 1 คน ปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นและแก้ยากมาก ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเพราะบางคนโกงจริงๆ จะรีบร้อนอ้างตามหลักฐานปัจจุบันไม่ได้” นายพีรพัฒน์ กล่าว

นายพีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้กรณีการเกิดความขัดแย้ง เช่น ยื่อขอเอกสารการครอบครองทับสิทธิเจ้าของเดิม หรือมีการยื่นเอกสารทับสิทธิ์ที่ดินรัฐ ทางอำเภอและจังหวัดจะดำเนินการไกล่เกลี่ย และเจรจาเพื่อให้ชาวเลในพื้นที่ได้อยู่อาศัยก่อน แล้วมีการประนีประนอม ยอมความ แต่กรณีที่น่าห่วงคือ การข่มขู่จากนายทุน ซึ่งหากมีการคุกคามจริงๆ ทางจังหวัดและอำเภออาจจะรับเรื่องไว้แล้วก็ต้องต่อสู้รายคดี ไม่สามารถทำรวมกันได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ คณะอนุกรรมการฯ ชุดพลเอกสุรินทร์ พยายามให้ใช้แผนที่ทางอากาศ เพื่อแยกแยะพื้นที่อุทยานฯ กับชาวบ้านและพื้นที่อุทยานกับเอกชนก่อน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากชาวบ้านมีปัญหายินดีรับร้องเรียน แต่กรณีการใช้รถไปทำถนนในหมู่บ้านนั้นตนยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งคาดว่าหากชาวบ้านเดือดร้อนก็ยินดีรับฟัง

ด้านนายฉัตรชัย หาญทะเล ชาวเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า จากกรณีความขัดแย้งเรื่องที่ดินนั้นทำให้ตนสูญเสียที่ดินไปประมาณ 46 ไร่ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งที่ตนเคยมีข้อพิพาทกับนายทุนในพื้นที่นั้น เคยมีการฟ้องศาลกันเรื่องที่ดินทับซ้อนมาแล้ว โดยประมาณปี 2547 การฟ้องศาลนั้นทำให้ตนแพ้คดีเหลือที่ดินในครอบครองเพียง 9 ไร่ ติดทะเลเป็นทำเลทองที่ทุกคนอยากได้ โดยเอกสารที่ครอบครอง คือปพ.1 สามารถมีสิทธิ์ครอบครองได้แต่ห้ามซื้อขาย แต่ก็มีนายทุนพยายามมาขอซื้อหลายครั้ง ตนไม่อยากขายก็มีการบังคับซื้อและข่มขู่มาบ้าง ซึ่งชาวเลในพื้นที่มักจะเกรงกลัวอิทธิพล บางคนก็ยอมขายไปแต่ตนไม่อยากสูญเสียเพิ่มอีก จึงขอสู้เรื่องนี้ต่อไป และจะรักษาให้นานเท่าที่ทำได้

 

 

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.