Search

กปภ.กางแผนรอสร้างแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่จากน้ำแม่ลาว-เผยพร้อมดำเนินการทันทีหากงบประมาณ 2,176 ล้านผ่าน-คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 72

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ภายหลังจาก“โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย” มูลค่ากว่า 2,176 ล้านบาท ที่จะทำการย้ายสถานีสูบน้ำดิบหนีวิกฤตการณ์ปนเปื้อนโลหะหนักข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก ไปสู่แหล่งน้ำดิบแห่งใหม่จากน้ำในแม่น้ำลาซึ่งได้รับการบรรจุเข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ในวาระแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

นายอภิศักดิ์ สวัสดิรักษ์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)สาขาเชียงราย เปิดเผยว่า ตามปฏิทินงบประมาณแผ่นดิน หาก พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะส่งผลให้โครงการสามารถลงนามในสัญญาและเริ่มลงมือก่อสร้างได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และตามแผนงานที่วางไว้คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2572 โดยจะมีกำลังการผลิตน้ำอยู่ที่ 4,000 ลบ.ม./ชม. เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลิตจากน้ำแม่น้ำกกในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 2,000 ลบ.ม./ชม. เพื่อรองรับผู้ใช้น้ำในปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 40,000 ราย และเพิ่มศักยภาพในการขยายบริการให้รองรับได้ถึงกว่า 60,000 รายในอนาคต

“โครงการฯ จะสามารถขยายบริการตามรายทางจากแม่ลาว โดยจะส่งน้ำใสมาลงที่ กปภ. ปัจจุบัน เพื่อจ่ายให้แก่ผู้ใช้บริการเดิม แต่ในระยะแรกอาจจะยังไม่สามารถขยายได้ในจำนวนมากทันทีเนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และด้วยความเร่งด่วนดังกล่าว ทำให้ กปภ. ต้องเสนอโครงการในรูปแบบการขอตั้งงบประมาณคู่ขนานไปกับการสำรวจออกแบบ จนสามารถผ่านด่านพิจารณาชั้นต้นของสำนักงบประมาณมาได้สำเร็จ” ผู้จัดการ กปภ. สาขาเชียงราย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความวิตกกังวลของกลุ่มผู้ใช้น้ำจากฝายแม่ลาวเดิมที่เกรงว่าน้ำจะไม่เพียงพอใช้งาน นายอภิศักดิ์ ชี้แจงว่า ปกติเขื่อนแม่สรวยจะปิดในวันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากนั้นจะจ่ายน้ำเป็นรอบๆ ซึ่งหากปริมาณฝนตกไม่ปกติ ทางฝายก็ยังมีแผนระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือ และในขณะนี้กำลังมีการผลักดันก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ซึ่งมีขนาดความจุรองจากเขื่อนแม่สรวย คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสิ้นในปี 2573 ซึ่งจะเข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและจ่ายน้ำให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพิ่มเติมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในตอนแรกผู้บริหาร กปภ. ประเมินว่าโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้อาจไม่สามารถเตรียมความพร้อมบรรจุลงในงบประมาณประจำปี 2570 ได้ทัน และคาดว่าคงต้องเลื่อนไปเสนอในปีงบประมาณ 2571 แต่ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างเข้มแข็งของภาคประชาสังคมและการผลักดันอย่างเร่งด่วนจากภาคท้องถิ่น ประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ยกระดับโครงการจัดหาแหล่งน้ำดิบใหม่ไปยังฝายแม่ลาวให้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกกซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบปัจจุบัน จนกระทั่งสำนักงบประมาณยอมบรรจุวงเงินลงทุนนี้เข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 และผ่านด่านวาระแรกได้สำเร็จ