Search

แรร์เอิร์ธ-จีน กับโครงการ 2 อุโมงค์ยักษ์

ภาสกร จำลองราช

ในเอกสารเผยแพร่สมุดแผนที่ทรัพยากรแร่ของไทย “ธาตุหายาก” ซึ่งกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำข้อมูลการสำรวจแร่หายากหรือ แรร์เอิร์ธเอาไว้ล่าสุด โดยส่วนหนึ่งได้ระบุแหล่งแร่หายากในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่แหล่งแร่หายากคือแหล่ง “โป่งขาว-วัดจันทร์” อ.กัลยาณิวัฒนา ซึ่งมีขนาด 73 ตร.กม. พบธาตุหายากรวม 1,276,948 ตันโลหะ

นอกจากนี้ยังมีแหล่งแร่หายาก “ยกครก” ในเขตรอยต่อ อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย มีขนาด 24 ตร.กม. มีแร่หายาก 428,352 ตันโลหะ , แหล่ง “แม่ลายดวงจันทร์” ต.นาคอเรือ อ.ฮอด ขนาด 3.5 ตร.กม. มีปริมาณ 12,699 ตันโลหะ

ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน แหล่ง “แพมบก” อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ขนาด 33 ตร.กม.ปริมาณ 748,958 ตันโลหะ, แหล่ง “หว่าโน” อ.ขุนยวม ขนาด 25 ตร.กม.มีแร่หายากปริมาณ 416,921 ตันโลหะ ,แหล่ง “ห้วยไม้ซาง” อ.แม่ลาน้อย มีขนาด 6 ตร.กม.ปริมาณ 98,533 ตันโลหะ

แหล่ง “ละอูบ” อ.แม่ลาน้อย ขนาด 39 ตร.กม.มีปริมาณแร่หายาก 751,799 ตันโลหะ , แหล่ง “แม่อุมป๊อก” อ.แม่สะเรียง ขนาด 24 ตร.กม.มีปริมาณ 372,081 ตันโลหะ

เห็นได้ว่าพื้นที่ภูเขาแถบตะวันตกของไทยอุดมไปด้วยแรร์เอิร์ธ ตั้งแต่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรีไปถึง จ.พังงา เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางนัก

แหล่งแร่ที่กรมทรัพยากรธรณีสำรวจนั้น ยังไม่รวมพื้นที่ที่เป็นป่าอนุรักษ์ ทั้งเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งมีอยู่ตลอดผืนป่าตะวันตก

ผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพยากรธรณีบอกว่า แรร์เอิร์ธในย่านนี้ตั้งแต่จีนตอนใต้-รัฐฉานในพม่า จนถึงในประเทศไทย มักแทรกอยู่ในชั้นหินผุซึ่งอยู่บริเวณส่วนบนของภูเขา-ไม่ต้องขุดลึกลงเหมือนสายแร่ยุคก่อน

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจเพราะช่วงนี้มีความพยายามผลักดันโครงการยักษ์ 2 โครงการ ซึ่งเป็นการระเบิดหินและขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ยาวเหยียด 2 โครงการ

1.โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล หรือที่รู้จักกันในนามโครงการผันน้ำยวม ซึ่งมีมูลค่าเริ่มต้น 7 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าถ้าดำเนินการจริงจะสูงเกิน 1 แสนล้านบาท โดยโครงการผันน้ำในแม่น้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล มีองค์ประกอบหลัก ขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่มีความยาว 64 กิโลเมตร เริ่มต้นจากบ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เจาะทะลุป่าเขาแล้วไปออกที่ลำห้วยแม่งูดริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

โครงการผันน้ำยวมมีนักการเมืองที่เป็นกำลังหลักในการผลักดันคือนายวีระกร คำประกอบ อดีต สส.นครสวรรค์ โดยในยุครัฐบาลที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และดูแลคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อกว่า 4 ปีก่อน เขาและกรมชลประทานสามารถดันอีไอเอที่รู้จักกันดีในนาม “อีไอเอร้านลาบ”ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นฉบับที่ “ห่วย”ที่สุดครั้งหนึ่งของการทำอีไอเอ เนื่องจากข้อเท็จจริงในพื้นที่กับสิ่งที่เขียนไว้ในรายงานแตกต่างกันมาก แต่อีไอเอฉบับนี้กลับทะลุผ่านคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯได้อย่างฉลุยในระยะเวลาสั้นๆ

ขณะนี้ภาคประชาชนได้ชำแหละอีไอเอร้านลาบและร่วมกันนำข้อมูลฟ้องศาลปกครองถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้นายวีระกรเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าบริษัทรัฐวิสาหกิจจีนให้ความสนใจและพร้อมสนับสนุนเงินทุนโครงการผันน้ำยวมนี้ โดยที่รัฐบาลไทยแทบไม่เสียอะไรเลย (อ่านรายละเอียด https://transbordernews.in.th/home/?p=28322 )

โครงการผันแม่น้ำยวมถูกเก็บเข้าลิ้นชักไประยะหนึ่ง แต่ล่าสุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯศึกษาและลงพื้นที่ซึ่งนายสรวุฒิถึงกับประกาศผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่

2.โครงการก่อสร้างถนนและขุดเจาะอุโมงค์เชื่อมเส้นทาง เชียงใหม่ – สะเมิง – แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 161 กิโลเมตรโดยขุดเจาะอุโมงค์รวม 5 แห่ง ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 30,000 ล้านบาท

โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อราว 2 ปีก่อนซึ่งอดีต สส.แม่ฮ่องสอนรายหนึ่งเป็นคนริเริ่มผลักดัน และได้มีการพาผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดแม่ฮ่องสอนไปดูงานที่ประเทศจีน และเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 คณะผู้บริหารจากบริษัท China Highway Engineering Consulting Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านการก่อสร้างของจีนได้เข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อหารือถึงแนวทางความเป็นไปได้

ขณะนี้ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดได้ร่วมกับองค์กรธุรกิจภาคเอกชนเพื่อเตรียมเสนอไปยังรัฐบาล อย่างไรก็ตามการให้ข้อมูลยังเป็นไปด้านเดียวคือเหตุผลด้านการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว และการค้าขาย แต่ไม่เคยพูดถึงผลกระทบอื่นๆเลย

ทั้ง 2 โครงการมีความบังเอิญหรือจงใจที่เหมือนกัน คือ 1.เส้นทางการขุดอุโมงค์ของทั้ง 2 โครงการผ่านแหล่งแร่แรร์เอิร์ธในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

 2. โครงการได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน ซึ่งทั่วโลกต่างทราบดีว่าจีนคือผู้เล่นรายใหญ่ซึ่งผูกขาดการส่งออกแรร์เอิร์ธ และแรร์เอิร์ทเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จีนใช้ต่อรองกับสหรัฐฯและประเทศมหาอำนาจอื่นๆ

ทุกวันนี้พื้นที่ตั้งแต่รัฐฉานเหนือมายังรัฐฉานใต้ ตลอดจนในประเทศลาว มีเหมืองแรร์เอิร์ธนับมากมาย และกลายเป็นภัยร้ายคุกคามทำลายแม่น้ำข้ามแดนในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งเหมืองทั้งหมดต่างส่งแรร์เอิร์ธไปยังจีนเพราะไม่มีประเทศไหนมีเทคโนโลยีแยกผงแรร์เอิร์ธชนิดต่างๆออกจากกันได้ นอกจากจีน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งกบดานและระเบียงอาชญากรรมของเหล่าจีนเทาและอาชญากรข้ามชาติจากแดนมังกร พวกเขาทำงานกันเป็นทีมและสามารถแทรกซึม-เข้าถึงโครงสร้างอำนาจระดับบริหารของบ้านเมือง โดยมีเม็ดเงินมหาศาลและความอ่อนแอของระบบการเมืองการปกครองของไทยเป็นใบเบิกทาง

การขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ของทั้ง 2 โครงการที่ต้องใช้เงินทุนสนับสนุนจำนวนมหาศาลจากบริษัทรัฐวิสาหกิจจีน แถมยังต้องใช้เทคโนโลยีจากเขาด้วย เรามั่นใจแล้วหรือว่าผลผลิตที่เขาต้องการมีเพียงแค่กำไรจากการดำเนินโครงการ

จีนยุคสี จิ้นผิง ไม่ใช่จีนในนิยาย “อยู่กับก๋ง”แล้ว หลายประเทศเพลี่ยงพล้ำให้จีนและตกเป็นหนี้ก้อนโตจนต้องเอาทรัพยากรของชาติเข้าแลก

อย่านำพาบ้านเมืองไปตกร่องอำนาจละมุนของเขาดีกว่า

———-