Search

นายจ้างสีขาวจี้ “จุลพันธุ์”เร่งสางปัญหาแรงงานต่างด้าว-หวั่นหลุดจากระบบอื้อเหตุกลไกไร้ประสิทธิภาพแถมคนสร้างปัญหากลับได้ดี-แนะแก้ระดับโครงสร้าง

วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นางนิลุบล พงษ์พยอม ผู้แทนกลุ่มนายจ้างสีขาวและตัวแทนผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานข้ามชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) มีมติเห็นชอบ ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่อยู่ภายใต้มติ คณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อทดแทนการขาดแรงงาน ว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตนได้ยื่นหนังสือต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อร้องเรียนการแก้ปัญหาการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะการดำเนินการผ่านระบบ E-Work Permit ซึ่งเกี่ยวข้องกับการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน การขึ้นทะเบียนแรงงาน และกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นางนิลุบลกล่าวว่า ได้สะท้อนปัญหาการใช้งานระบบ E-Work Permit ที่ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากเสี่ยงหลุดออกจากระบบ แม้จะเป็นแรงงานที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องและอยู่ระหว่างการต่ออายุใบอนุญาตก็ตาม เพราะระบบยังขาดประสิทธิภาพและสร้างอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของแรงงานและนายจ้าง

“ระบบมีปัญหาในการต่ออายุใบอนุญาตแรงงานและนายจ้างต้องแย่งคิวหรือรอคิวเป็นเวลานานจนเกิดภาวะคอขวด บางกรณีได้รับคิวในต่างจังหวัด ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด แรงงานก็จะหลุดออกจากระบบทันที ทั้งที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของแรงงานหรือนายจ้าง รัฐมนตรีเคยรับปากว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาภายใน 1 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า” นางนิลุบลกล่าว

นางนิลุบลกล่าวว่า แม้ในหนังสือร้องเรียนจะมีข้อเสนอให้กระทรวงแรงงานเร่งแก้ไขปัญหาและแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา ส่งผลให้แรงงานจำนวนหนึ่งหลุดออกจากระบบ ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับคำชี้แจงหรือการตอบสนองจากรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการระบบดังกล่าว

นายจ้างผู้ใช้แรงงานข้ามชาติรายนี้กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาด้วยการเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานรอบใหม่เพียงอย่างเดียว โดยยังไม่เร่งปรับปรุงระบบ E-Work Permit และแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนนายจ้างของแรงงาน เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและซ้ำเติมปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้แก้ไขสาเหตุเชิงโครงสร้าง และอาจทำให้การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติถอยหลังมากกว่าพัฒนาไปข้างหน้า

“สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ แม้จะมีการยื่นหนังสือร้องเรียนและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่เห็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้บริหารบางรายที่สร้างปัญหากลับได้รับการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่ง ทั้งที่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานและนายจ้างยังคงไม่ได้รับการแก้ไข” นางนิลุบลกล่าว

นางนิลุบลกล่าวว่า ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของทางการเมียนมาในการออกหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) ให้แก่แรงงานที่จะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปใช้ประกอบการตรวจลงตราและต่ออายุการอนุญาตให้อยู่และทำงานในประเทศไทย

“ขอเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ที่แรงงานข้ามชาติจะต้องดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกัน หากการออกหนังสือเดินทางหรือเอกสาร CI ไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด ก็มีความเสี่ยงที่แรงงานจำนวนมากจะไม่สามารถต่ออายุสถานะได้ตามเงื่อนไข และอาจหลุดออกจากระบบอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่วงจรปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือแรงงานที่เคยอยู่ในระบบอย่างถูกต้องกลับกลายเป็นแรงงานที่มีสถานะไม่ถูกต้อง”นายจ้างสีขาว กล่าว 

———–