Search

จากหน่อไผ่ถึงปลายตะเกียบ

คำปิ่น อักษร

ชุมชนริมฝั่งโขงหรือที่มีแม่น้ำกระจายตัวอยู่เช่นแม่น้ำมูล แม่น้ำชี มักมีกอไผ่หลากหลายชนิดกระจายตัวอยู่ในท้องถิ่นพื้นที่ต่างๆแม้กระทั่งลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำสงคราม ที่พบว่าจุดที่เป็นโคกดอน จะมีไผ่ยืนต้น และเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่ไม่เคยวัดค่า GDP จากการกิน การใช้ประโยชน์อย่างที่ชุมชนเห็นประโยชน์และให้คุณค่า การพัฒนาต่างๆมักเกิดขึ้นกับไม้เศรษฐกิจจำพวกไม้เนื้อแข็งที่มีลำต้นขนาดใหญ่มากกว่าไผ่ที่ขึ้นอยู่กระจายตัวอยู่ในเขตลุ่มน้ำต่างๆ 

ในวิชาการศึกษาในหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญสอนวิชานี้โดยเฉพาะอย่างเช่นที่สวนลุงโชคที่มีไผ่หลากหลายสายพันธุ์และมีการนำมาแปลงใช้ประโยชน์มากหลาย 

ที่โฮงเฮียนฮักแม่น้ำของบ้านตามุย อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ก็มีหลักสูตรไผ่เช่นเดียวกัน โดยที่ตามุยพบว่ามีไผ่กว่า 13 ชนิด หลายชนิดนำมาจักสาน เครื่องกะต่า ข้อง อุปกรณ์ต่างๆรวมถึงนำมาทำประกอบพิธีกรรมต่างๆในเทศกาลออกพรรษา หรืองานพิธีกรรมล้วนใช้ไผ่เป็นองค์ประกอบ

ส่วนไผ่ที่นำมาบริโภคมากที่สุดคือ ไผ่โจด ไผ่เกลี้ยง ที่มักนำมาแกง หมก นึ่งต้มกินกับน้ำพริกก็อร่อยดีมีความกรอบและหอม แต่ก่อนกินจะต้องผ่านการต้มให้จืดทุกไผ่ 

ในวันหนึ่งแม่ครูพ่อครูโฮงเฮียนได้มีโอกาสต้อนรับเด็กๆลูกหลานจากบางกอกที่มาจากโรงเรียนรุ่งอรุณอินเตอร์ มาเรียนรู้เรื่องไผ่ การใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนพื้นที่ หลักสูตรสอนตั้งแต่เดินเข้าป่าไปหาหน่อไผ่นำมาแกะเปลือกจนกลายเป็นอาหารในพาข้าว 

กระบวนการเรียนการสอนหลักสูตรของโฮงเฮียนชุมชนฮักแม่น้ำของสอดรับกับปรากฎการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไผ่ เรื่องผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นรวมถึงนโยบายที่กำลังร้อนในสถานการปัจจุบัน เช่น กรณีเขื่อนไฟฟ้าพลังงาน ที่ว่ากันว่านักลงทุนหันมาลงทุนและสนใจกันมากขึ้นทำให้กลุ่มทุนผูกขาดเร่งดำเนินการนโยบายผลักดันให้มีการสร้างเขื่อนตลอดสายแม่น้ำโขง 

ไผ่ริมน้ำในลุ่มน้ำต่างๆก็ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชย์ทรัพยากรในพื้นที่ที่มีนโยบาย สทช.เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนที่ใช้ป่าอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตป่าสงวน รวมถึงนโยบายที่ส่งผลกระทบมากขึ้นกับประชาชนเช่น การประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้ามทำการประมงปลาบึกในแม่น้ำโขงและห้ามหาปลาในฤดูวางไข่ช่วงน้ำแดง 

ทั้งหมดเป็นการบังคับใช้กฎหมายผ่านนโยบายที่ส่งผลต่อชาวบ้านตามุย 

พ่อตาล จันทร์สุข อายุ 63 ปี พ่อครูโฮงเฮียนชุมชนฮักน้ำของ ซึ่งสอนเรื่องประมงและประวัติศาสตร์ชุมชนได้บอกเล่าว่า ปัจจุบันแกไปงานเลี้ยงทุกวันไม่ได้หาปลา เพราะจับหาไม่ได้เหมือนเดิม ลงทุนลงแรงกลับมามือเปล่า  อาจเพราะชีวิตเหมือนๆถูกบีบให้จนหนทางลงไปทุกที ต้นไม้ที่ปลูกในที่ดินที่พ่อแบ่งให้น้องชาย 3.2 ไร่ มียูคาปลูกไว้ล้อมรอบก็ไม่กล้าไปตัด เพราะแพ้คดีปี 2562 

“ชีวิตเคยมีอาชีพหาปลาหายไป เงินจะใช้แทบไม่มี มีสัตว์เลี้ยงเคยปล่อยให้หากินบนยอดเขาในเขตดอนกะโลงนี่ก็มีข่าวบอกมาว่าไม่ให้ทำรั้วกั้น ที่ต้องทำรั้วเพราะกลัวสัตว์ที่เลี้ยงเตลิดหลงไปไกล”พ่อตาลเล่าด้วยความเหนื่อยใจ ทุกวันนี้ ชาวบ้านกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ 11 ราย รวมตัวกันไปสร้างรั้วกั้น ถ้าทางการห้ามทำรั้วก็คงลำบากเพราะหากเอาสัตว์เลี้ยงมาไว้ในคอกแถวบ้าน ต้องหาหญ้าเลี้ยงกันทุกฤดู 

“รัฐเขาถนัดบีบให้ประชาชนจำนนจริงๆ อ้างกฎหมายกฎระเบียบ จากคนเคยพออยู่พอกิน พอหาได้ใช้ก็กลับจนตรอกไปเรื่อยๆ ความไม่แน่ที่ประชาชนต่างอุกอั่ง ไม่รู้เขาคิดง่ายหรือเราง่ายให้พวกเขามาตลอด” พ่อครูรู้สึกเหนื่อยหน่าย ก่อนที่จะเดินก้มหน้างุดๆไปยังคอกวัวหลังบ้าน 

โฮงเฮียนชุมชนฮักแม่น้ำโขงตามุย จึงเป็นพื้นที่ชีวิตของการเรียนรู้ซึ่งนอกจากได้มาเรียนรู้ของจริง จากชีวิต อบอุ่นมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากร แต่ถูกทำให้กลายเป็นคนจนไปในที่สุดและลูกหลานก็ต้องวิ่งเข้าเมือง 

หมี ยอดทอง จันทร์สุข อายุ 43 ปี  ผู้จัดการครูโฮงเฮียนฮักแม่น้ำของตามุย มีลูก 3 คน สามีไร้งานมา 3 เดือนไร้เงิน ทำให้ต้องออกไปทำงานเพราะลูกกำลังเรียนและมีค่ารถมอร์เตอร์ไซด์ที่ต้องผ่อนจ่ายเพราะเมื่อลูกถึง 3 คนที่ต้องกินใช้แต่ละวัน ทำให้หมีต้องจำใจบอกเหตุผลเรื่องงานที่อาจให้หาคนอื่นมาดูแลจัดการแทน

ภาพเหล่านี้นักเรียนที่ผ่านมาจะได้ยินได้ฟังเรื่องที่ทั้งเศร้าและสุขที่สอดแทรกสลับกันไปในรอยยิ้มของบรรดาพ่อครูแม่ครู ที่อยู่ในวัยที่ต้องอยู่บ้านเพราะไม่สามารถแบกแรงไปหางานได้แล้วและยังทำหน้าที่ส่งผ่านความรู้ให้เด็กๆในชุมชนเท่าที่จะทำได้ 

ความสำคัญในการบ่มเพาะกิจกรรมที่โฮงเฮียนแห่งนี้ทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะทักษะต่างๆรวมถึงวิธีคิด แนวคิดเพื่อให้รากของพวกเขาแข็งแกร่งในวันที่จะต้องเติบโตและต้องเจอลมพายุที่แรงมากขึ้นกว่ารุ่นปู่ ย่า เพื่อให้พวกเขาเอาตัวรอดได้ในอนาคต

————–