Search

กองทัพพม่าหลักสูตรเร่งรัดอบรมทหารหลังขาดกำลังพลอย่างหนัก-สร้างแรงจูงใจสารพัดหวังดึงคนรุ่นใหม่หัวกะทิร่วมเป็นทหาร-หวั่นอนาคตกองทัพล่มสลายเหตุไร้ความนิยม

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่า จำนวนนักเรียนนายร้อยใหม่ที่สมัครเข้าเรียนตามโรงเรียนนายร้อยของกองทัพพม่าลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องเร่งดำเนินการโดยกองทัพได้เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมทางทหารให้นักเรียนชั้นมัธยมหลายพันคน กำลังพลของกองทัพที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากวิกฤตการเมืองในประเทศ สอดคล้องกับการเปิดเผยของอดีตนายทหารยศร้อยเอกซินยอว์ นายทหารกองทัพพม่าที่เปลี่ยนเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (CDM) 

ร้อยเอกซินยอว์กล่าวว่า นักเรียนนายร้อยรุ่นล่าสุดที่เข้าเรียนในสถาบันป้องกันประเทศ (Defense Services Academy -DSA)ในปี 2568 รุ่นที่ 71 มีเพียงประมาณ 70 คนเท่านั้น โดยขณะนี้กองทัพพม่ากำลังเผชิญกับความท้าทายการขาดแคลนกำลังพล เพื่อแก้ไขวิกฤตนี้และรับประกันเรื่องบุคลากรในอนาคต กองทัพพม่าได้เร่งเปิดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับเยาวชนเกี่ยวกับความรู้ทางทะเลและด้านการบินภาคฤดูร้อนที่ฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา โดยให้การฝึกอบรมขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูงแก่นักเรียนมัธยมปลายหลายพันคน 

ล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมของปีนี้ พล.อ.เยวินอู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ของกองทัพพม่าได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเยาวชนต่ออนาคตของกองทัพ โดยกล่าวว่า หลักสูตรภาคฤดูร้อนมีจุดประสงค์เพื่อฝึกฝนเยาวชนให้สนับสนุนการป้องกันประเทศและพัฒนาทรัพยากรบุคคลสำหรับกองทัพ 

ตามข้อมูลที่ร้อยเอกซินยอว์เปิดเผยพบว่า ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการฝึกอบรมเยาวชนด้านการบินและทางทะเลส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่เรียนดีเยี่ยมและมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือมีความสัมพันธ์กับกองทัพพม่าโดยกองทัพพยายามนำเสนอการฝึกอบรมภาคปฏิบัติและกิจกรรมที่น่าสนใจ รวมถึงการทัศนศึกษา โดยพยายามปลูกฝังให้นักเรียนที่เรียนดีเยี่ยมเข้าร่วมกองทัพอากาศและกองทัพเรือเมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย 

ร้อยเอกซินยอว์กล่าวว่า หลักสูตรฝึกอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อนมีจุดมุ่งหมายเพื่อคัดเลือกและรับสมัครนักเรียนที่มีความโดดเด่นและมีคุณสมบัติเหมาะสม และมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกองทัพอากาศและกองทัพเรือตั้งแต่อายุยังน้อย โดยปกติแล้ว กองทัพจะคัดเลือกนักเรียนนายร้อยที่โดดเด่นและมีร่างกายแข็งแรงที่สุดจากโรงเรียนนายร้อยทหารเพื่อเข้าร่วมกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ซึ่งทำให้กำลังพลจากหน่วยทหารราบและหน่วยรบภาคพื้นดินอื่น ๆ ลดลง 

“แทนที่จะต้องรับสมัครกำลังพลสำหรับกองทัพเรือและกองทัพอากาศ หลังจากที่พวกเขาเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยทหารแล้ว กลับคัดเลือกและรับสมัครนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น” ร้อยเอกซินยอว์กล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการก่ออาชญากรรมต่อพลเรือนอย่างไม่หยุดยั้งทุกวันนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 กองทัพพม่าจึงถูกประณามอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย เป็นศัตรูของประชาชนและเป็นความอัปยศของชาติ 

“นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนเป็นบุตรหลานของทหารที่ยังประจำการอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเกณฑ์นักเรียนจากครอบครัวยากจน กลุ่มเปราะบางมาสมัครเข้าเรียนผ่านทางผู้นำท้องถิ่นด้วย ในขณะเดียวกัน กองทัพก็ใช้กฎหมายบังคับเกณฑ์ทหารดึงตัวเยาวชน ซึ่งบางคนอายุเพียง 18 ปี ตามสถานสงเคราะห์” ร้อยเอกซินยอว์กล่าวและว่า เป้าหมายสูงสุดของโรงเรียนและหลักสูตรฝึกอบรมภาคฤดูร้อนที่ดำเนินการโดยกองทัพพม่าเหล่านี้ ก็คือการรักษากำลังพลหลักไว้และถูกวางแผนเพื่อใช้เยาวชนต่อสู้กันเองในสนามรบ หลังจากที่กองทัพพม่าตระหนักแล้วว่า การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Z สามารถทำให้กองทัพพม่าไปสู่จุดล่มสลายได้หลังจากรัฐประหารไม่นาน 

“กองทัพพบว่าเป็นการยากมากที่จะต่อต้านเยาวชนคนรุ่นใหม่ ดังนั้น ผมจึงมองว่าเจตนาของพวกเขาคือการเกณฑ์เยาวชนมาอยู่ฝ่ายตน เพื่อใช้กลุ่มเยาวชนของตนเองในการโจมตีตอบโต้กลุ่มเยาวชนปฏิวัติอีกฝ่ายหนึ่ง” ร้อยเอกซินยอว์ กล่าว 

ด้านฉ่วยตอว์ อดีตนายทหารยศพันตรี ที่ปัจจุบันเข้าร่วมใน CDM กล่าวว่า หลักสูตรฝึกอบรมภาคฤดูร้อนของกองทัพเป็นความพยายามของกองทัพที่ต้องการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยการทำให้เยาวชนคุ้นเคยกับโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและมีเป้าหมายที่จะค่อย ๆชักจูงให้คนหนุ่มสาวเข้าร่วมกับกองทัพในที่สุด ทั้งนี้กองทัพได้เปิดโรงเรียนฝึกอบรมเยาวชน โดยเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2569 – 2570 จำนวน 2 แห่ง โดยรับเฉพาะนักเรียนชายเท่านั้น โดยแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเนปีดอว์ และอีกแห่งอยู่ในเมืองเยมอน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเหล่กู เขตเมืองย่างกุ้ง สถาบันใหม่เหล่านี้มุ่งเป้าไปที่นักเรียนมัธยมปลายพลเรือนในระดับชั้นเกรด 10-12 (เทียบเท่าชั้นมัธยมปลาย) อายุระหว่าง 16-19 ปี ผู้สมัครต้องผ่านขั้นตอนการคัดกรองอย่างเข้มงวด รวมถึงการตรวจสุขภาพ และสมัครภายใต้กฎระเบียบที่คล้ายคลึงกับที่กำหนดไว้สำหรับการฝึกอบรมนักเรียนนายร้อยสถาบันป้องกันประเทศ (Defense Services Academy -DSA) โดยกองทัพได้โฆษณาชวนเชื่อว่า นักเรียนที่เข้าเรียนโรงเรียนของกองทัพจะได้รับสวัสดิการมีที่พักฟรี อาหาร การดูแลด้านสุขภาพ รวมทั้งเครื่องแบบ 

นอกจากนี้ยังจะได้รับสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน รวมถึงเครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนอื่น ๆ รวมทั้งนักเรียนจะได้รับเงินเดือนรายเดือนตั้งแต่ 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนพื้นฐานของทหารเกณฑ์ใหม่ ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของพวกเขา กองทัพยังได้ประกาศว่า นักเรียนที่สอบผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด สามารถสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและสถาบันทหารอย่าง DSA (Defense Services Technology Academy) รวมถึงมหาวิทยาลัยแพทย์ Defense Services Medical Academy ได้ ส่วนผู้ที่สอบผ่านแต่ผลการเรียนยังไม่ได้เกณฑ์มาตรฐาน สามารถสมัครเรียนหลักสูตรการจัดการธุรการ คอมพิวเตอร์ หรือหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์ระดับ 3 ที่โรงเรียนฝึกทหารได้