Search

MRC เผยผลตรวจคุณภาพน้ำโขงพบโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน-เก็บตัวอย่าง 3 จุดเหนือบ่อแก้ว-ห้วยทราย-หลวงพระบาง

เพจสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC)รายงานผลการติดตามตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำโขงฝั่ง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พบว่าการตรวจวัด 4 รอบ ในพื้นที่นครหลวงพระบางและแขวงบ่อแก้ว มีค่าความเข้มข้นของสารหนูทุกจุดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร การตรวจวิเคราะห์ครอบคลุมตัวอย่างน้ำที่เก็บเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 22 พฤษภาคม 5 มิถุนายน และ 24 มิถุนายน 2569 จากจุดตรวจติดตาม 3 แห่ง ได้แก่ นครหลวงพระบาง จุดตรวจบ่อแก้ว  ซึ่งอยู่เหนือตำแหน่งที่แม่น้ำรวกไหลบรรจบแม่น้ำโขงประมาณ 10 กิโลเมตร และจุดตรวจห้วยทราย  ซึ่งอยู่ท้ายน้ำจากจุดบรรจบของแม่น้ำกกกับแม่น้ำโขงประมาณ 32 กิโลเมตร

สำนักงานเลขาธิการ MRC ระบุว่า ผลการตรวจวิเคราะห์ทั้ง 4 รอบล่าสุดพบว่าค่าความเข้มข้นของสารหนูในทุกจุดยังต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยตัวอย่างน้ำทั้งหมดได้รับการวิเคราะห์โดยสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและนิเวศวิทยา (Biotechnology and Ecology Institute: BEI) ภายใต้ศูนย์วิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของ สปป.ลาว โดยใช้วิธีการตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐาน ภายใต้ระบบบริหารคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 MRC ซึ่งระบุว่า ผลการตรวจดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์ทางวิชาการของระดับสารหนูในพื้นที่ตรวจติดตาม ณ ช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง และจะเป็นข้อมูลประกอบการประเมินสภาพคุณภาพน้ำของแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเผยแพร่ผลการตรวจล่าสุดเป็นระยะ

นางบุษดี สันติพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานเลขาธิการ MRC กล่าวว่า แม้ผลการตรวจล่าสุดจะเป็นสัญญาณที่น่าอุ่นใจ แต่ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ

 “สภาพของระบบแม่น้ำขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถตรวจพบแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีบนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้” นางบุษดีกล่าว

สำนักงานเลขาธิการ MRC ย้ำว่า การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านวิชาการในการสนับสนุนประเทศสมาชิกให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบแม่น้ำโขง โดยจะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานของประเทศสมาชิกและภาคีความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบ เสริมสร้างการเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสนับสนุนการตอบสนองต่อสถานการณ์ร่วมกันเมื่อมีความจำเป็น

นอกจากนี้ MRC ระบุว่า ผลการตรวจครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการคุ้มครองแม่น้ำโขงและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำร่วมกันอย่างยั่งยืน