เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการส่งตัวชาวจีนกลับประเทศจากพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าข้ามแดนอำเภอแม่สอด จ.ตาก เริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ โดยเครื่องบินของสายการบิน China Southern Airlines เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อรับตัวชาวจีนที่ทำงานเป็นสแกมเมอร์ในแหล่งอาชญากรรมฝั่งเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของไทยและจีน
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนกล่าวว่า เที่ยวบินแรกได้เดินทางมาถึงสนามบินแม่สอดเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ขณะที่ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินสาธารณะยืนยันการเดินทางของเที่ยวบิน CZ5246 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของแหล่งข่าว ทั้งนี้ก่อนนำตัวขึ้นเครื่อง ชาวจีนที่ถูกส่งกลับทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่จีนที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจนี้ในประเทศไทย จากนั้นผู้ถูกส่งกลับถูกนำตัวขึ้นเครื่องบิน อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังไม่สามารถตรวจสอบภาพถ่ายหรือหลักฐานที่ยืนยันขั้นตอนดังกล่าวได้ และยังไม่มีข้อมูลใดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวกล่าวว่า วันนี้ทางการจีนส่งเครื่องบินมาทั้งหมด 3 เที่ยวบิน มีผู้ที่ถูกส่งตัวกลับทั้งหมดในวันนี้ 307 คน อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง พบว่า นับตั้งแต่เริ่มมีปฏิบัติการส่งกลับชาวจีนจากพื้นที่ชายแดนแม่สอดตั้งแต่ต้นปี 2569 มีการส่งตัวคนจีนกลับประเทศแล้วอย่างน้อย 2,861 คน ทั้งนี้ทางการจีนเคยส่งเครื่องบินมาหลายเที่ยวบินเพื่อรับคนจีนที่ถูกควบคุมตัวจากแหล่งหลอกลวงออนไลน์กลับประเทศ แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะมีการใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำหลายเที่ยวบินและมีการเคลื่อนย้ายผู้ถูกส่งกลับจำนวนหลายร้อยคน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของไทยหรือจีนเกี่ยวกับรายละเอียดของภารกิจในครั้งนี้ รวมถึงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกส่งกลับภายหลังเดินทางถึงประเทศจีน
ขณะที่สถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมายังคงความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณฝั่งตรงข้าม บ้านแม่โกนเกน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงมีการปะทะอย่างหนักระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นำโดยทหารกะเหรี่ยง KNU ส่งผลให้ประชาชนตามแนวชายแดนได้รับผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีสะเก็ดระเบิดและกระสุนจากการสู้รบบางส่วนตกเข้ามาในเขตประเทศไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
