เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความโดยระบุโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีกลุ่มบุคคลในประเทศไทยไปชุมนุมที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของจีนประจำประเทศไทยเกี่ยวกับประเด็นมลพิษในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ขอทราบว่าฝ่ายจีนมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร โดยโฆษกสถานเอกอัครราชทูตฯกล่าวว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญและติดตามประเด็นการปนเปื้อนของโลหะหนักในลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในประเทศไทยมาโดยตลอด และเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
“แม่น้ำที่เกี่ยวข้องเป็นแหล่งน้ำข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับเมียนมา ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบบนพื้นฐานยึดถือความเป็นจริง หลักวิทยาศาสตร์ และความรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถระบุผู้ที่ต้องรับผิดชอบได้อย่างชัดเจน ฝ่ายจีนสนับสนุนให้ประเทศไทยและเมียนมาส่งเสริมการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น และเร่งดำเนินการตรวจสอบร่วมกันโดยเร็ว เพื่อจัดการกับประเด็นดังกล่าวอย่างเหมาะสม”โฆษกสถานเอกอัครราชทูตฯระบุ
โฆษกสถานเอกอัครราชทูตฯกล่าวว่า การอนุรักษ์ระบบนิเวศของลุ่มแม่น้ำโขงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศในลุ่มน้ำ และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประเทศในลุ่มน้ำด้วย ฝ่ายจีนพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับประเทศต่าง ๆ ในลุ่มน้ำ เพื่อร่วมกันพิทักษ์ไว้ซึ่งความมั่นคงทางนิเวศของลุ่มแม่น้ำโขง
วันเดียวกันเวลา 16.00 น.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน) ได้จัดกิจกรรมที่บริเวณหน้าสถานกงสุลจีนประจำจังหวัดขอนแก่น เพื่อประณามทุนจีนเทา-รัฐน้ำเงินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำราวเหล็กกั้นไว้ ขณะที่ผู้ชุมนุมยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ทั้งนี้ผู้ชุมนุมร่วมสวมหน้ากากและอุ้มตุ๊กตา “หมีพูห์” พร้อมชูป้ายข้อความต่างๆอาทิ “จีน จริงใจกี่โมง”, “หยุดเหมืองพิษสารหนูแม่น้ำกก” ,“Clean Energy Shouldn’t Cost Dirty River” ,“หยุดทุนจีนเทาข้ามชาติและระบอบสีน้ำเงิน”
ทั้งนี้ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่เชียงใหม่ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลไทยเลือกปกป้องทุนข้ามชาติมากกว่าชีวิตประชาชนผู้เสียภาษี
“เราหวังว่าเจ้าหน้าที่ขอนแก่นจะไม่ตกเป็นทาสประเทศอื่น และไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเหมือนที่เชียงใหม่ รัฐบาลต้องปกป้องทรัพยากรให้ประชาชน ไม่ใช่คอยรับใช้นายทุน” ตัวแทนกลุ่มกล่าว
ในแถลงการณ์ระบุว่า ทุนจีนสีเทาภายใต้การสนับสนุนของกลไกอำนาจรัฐในไทย กำลังสยายปีกเข้าควบคุมสายน้ำและทรัพยากร ตั้งแต่ลุ่มน้ำกก รวก โขง จนถึง ลำน้ำพอง ชี มูล ส่งผลให้สารพิษแพร่กระจายและทำลายเศรษฐกิจฐานรากอย่างเบ็ดเสร็จ ข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อรัฐบาลปักกิ่ง 1.ต้องควบคุมและตัดตอนเครือข่ายธุรกิจทุนสีเทาที่ทำลายระบบนิเวศโดยทันที 2. ยุติการผูกขาดการลงทุนที่เอาเปรียบและแย่งอาชีพคนท้องถิ่น 3.คืนสิทธิในผืนดินและสายน้ำให้ประชาชน
