เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมนอกเหนือค่าธรรมเนียมปกติโดยไม่มีใบเสร็จ เพื่อแลกกับการเข้าศูนย์ CI นั้น กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการลักลอบเข้าเมืองและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของนายจ้างไทย สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจโดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเมียนมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนายจ้างและแรงงานที่เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติและได้รับเอกสารรับรองบุคคลหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง เพื่อให้สามารถทำงานและเดินทางเข้า–ออกประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองและการลักลอบทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งกระทรวงแรงงานดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องผ่านการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว การพิสูจน์สัญชาติ และการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศต้นทางทั้งเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา เคยเข้ามาดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานของตนในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีเพียงเมียนมาที่ดำเนินการออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) ให้แรงงานของตน โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 เห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์ CI ในประเทศไทย ซึ่งฝ่ายเมียนมาเป็นผู้ดำเนินการภายในศูนย์แต่เพียงประเทศเดียว ขณะที่กรมการจัดหางานมีหน้าที่กำกับดูแลความเรียบร้อยของการดำเนินงานภายนอกศูนย์และอำนวยความสะดวกในภาพรวม ปัจจุบันมีศูนย์ CI จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile CI) ในจังหวัดชลบุรี โดยมีแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ได้รับเอกสาร CI แล้วจำนวน 390,427 คน
ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานได้เชิญทูตแรงงานของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเข้าหารือเพื่อรับทราบข้อร้องเรียนและหาแนวทางป้องกันปัญหาร่วมกัน พร้อมทั้งมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวในศูนย์ CI ทุกแห่ง เนื่องจากเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนายจ้างและแรงงานที่เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายนอกจากนี้ กรมการจัดหางานจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การประชุมวิชาการไทย–เมียนมา ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานของเมียนมาในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งผลักดันให้การให้บริการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับผู้รับบริการทุกคน กรมการจัดหางานจะได้มอบหมายให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ที่มีการจัดตั้งศูนย์ ฯ ติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
ขณะที่นางนิลุบล พงษ์พะยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว กล่าวว่าหลังจากที่มีคลิปเรื่องการเก็บส่วยคิวผีหน้าศูนย์ Ci ซึ่งสามารถได้คิวแซงแรงงานต่างด้าวทั่วไปที่ขอตามขั้นตอน ปรากฏว่ากระทรวงแรงงานให้ข่าวปาหี่ โดยออกข่าวมาแก้ไขแค่เพียงศูนย์เดียวคือชลบุรี ขณะที่มีส่วยคิวผีรีดไถหน้าศูนย์มีทุกศูนย์ในทุกจังหวัดที่มีศูนย์ Ci และยังมีภาษีของพม่าที่ผู้บริหารกรมการจัดหางานเป็นผู้ใส่ค่าใช้จ่ายแฝงในสลิปค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการจากร้านสะดวกซื้อจากเดิมเคยจ่าย 310 บาท เพิ่มมาเป็น 710 บาท รวมภาษีแรงงานพม่าเป็น 2,670
“ผู้บริหารกรมการจัดหางานจับไปใส่ในประกาศ ท่านรมต.จะแก้ไขควรแก้ให้ครบ เรื่องเก็บเงินที่ผิดปกติทั้งหน้าศูนย์ CI ทุกแห่ง และในใบเสร็จในสลิปจากร้านสะดวกซื้อด้วย ฝากถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ว่ามันคือความเดือดร้อนของประชาชนและความเสียหายของประเทศ ท่านต้องแก้ให้ครบทั้งหมดทุกมิติ ท่านต้องคำนึงถึงเงินของประเทศที่ไหลออกไปประเทศเมียนมามหาศาลซึ่งควรอยู่ในประเทศไทย ท่านควรระงับการดำเนินการของศูนย์และออกบัตรชมพูใบเดียวไปก่อน จนกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้”นางนิลุบล กล่าว
/////////////////
