เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลากลาง จ.สระบุรี นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย และประธาน กมธ.ตำรวจ พร้อมคณะ ได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาน้ำเน่าเสียจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสระบุรี
นางสาวกุลวลี ได้สอบถามรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ถึงการประชุมคณะทำงานป้องกันและแก้ไขน้ำเสีย และขอให้อุตสาหกรรมจังหวัดในฐานะเลขานุการคณะทำงานฯ ส่งผลการประชุมไปยังคณะกรรมาธิการ เพื่อจะได้พิสูจน์ว่ามีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด
นายวัชรพงศ์กล่าวว่า สถานการณ์น้ำเสียในพื้นที่ยังไม่ดีขึ้น และมีการร้องเรียนไปยัง กมธ.ชุดต่างๆในสภา ถ้าภายหลังจากที่ กมธ.ที่ดินฯ ลงพื้นที่ แล้วคุณภาพน้ำยังไม่ดีขึ้นอีก ก็จะมี กมธ.อีกหลายชุดลงมาติดตาม ทั้ง กมธ.อุตสาหกรรม กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และกมธ.การตำรวจ
ทั้งนี้ผู้ร่วมประชุมได้สอบถามถึงกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการปล่อยน้ำเสียงลงแหล่งน้ำสาธารณะ จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมป่าไม้ เปรียบเทียบแผนผังโรงงานผู้ประกอบการสมัยขอประกอบกิจการ กับสภาพปัจจุบัน ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นอกจากนี้ยังขอให้รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ช่วยโพสต์ข้อมูลผลตรวจพบสารเคมีและโลหะหนัก ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ ทั้งคลองเกตุ คลองเพรียว คลองห้วยแห้ง หนองน้ำเขียว คลองห้วยตะเข้ พร้อมกับเรียกร้องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยผลตรวจ 2 โรงงาน เพื่อเทียบเคียงกับผลตรวจของกรมควบคุมมลพิษ ว่าเชื่อมโยงกันหรือไม่
กรรมาธิการฯยังได้สอบถามกรณีผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เข้าไปใช้พื้นที่ไม่ตรงกับที่ทำเรื่องขอขยายพื้นที่ และขอให้กรมโรงงานอุตสากรรมแยกประเภทสารพิษประเภทต่างๆ และสำรวจหาสารทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ควบคู่ไปกับการใช้สารเรืองแสง เพื่อตรวจหาว่ามีการปล่อยน้ำเสียที่จุดใด
นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดได้ดำเนินการ ไม่ได้หยุดนิ่ง ได้ขอความร่วมมือจากส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงแจ้งให้อำเภอและอบต.ที่รับผิดชอบอยู่ ดำเนินการ พร้อมกับยืนยันว่าจังหวัดไม่ได้มีอำนาจไปตรวจจับ หรือไปกล่าวหาใคร เพราะเป็นอำนาจของผู้อนุญาต จังหวัดทำหน้าที่เพียงบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก้ไขฟื้นฟู จังหวัดทำได้แต่รับเรื่องร้องเรียน ไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใด และทำงานด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง
นางสาวรุ่งอรุณ ญาติบรรทุง ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ไม่สามารถลงตรวจคุณภาพโรงงานได้ทุกโครงการ และเป็นการลงพื้นที่สุ่มตรวจโดยยึดหลักว่าโรงงานใดมีเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตาม อำนาจหน้าที่สำนักงานไม่สามารถบังคับโรงงานได้โดยตรง แต่หากพบว่าเมื่อโรงงานไม่ดำเนินการตามEIA จะส่งผลการปฏิบัติตามให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้อนุญาต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพน้ำที่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด และเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงลักษณะบ่อฝั่งกลบ และ บ่อพักน้ำบำบัด ไปจากEIAเดิม
ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่าได้เก็บตัวอย่าง 13 จุดเพื่อตรวจสอบน้ำดำผิดปกติ และส่งตรวจโลหะหนัก พบการปนเปื้อนของโลหะหนัก ซึ่งน่าจะมาจากภาคอุตสาหกรรม ส่วนเรื่องตะกอนดินได้เก็บตัวอย่าง พบสารหนูเกินในห้วยตะเข้ และแจ้งกรมโรงงานฯรับทราบแล้ว และคิดว่าเป็นพฤติกรรมลักลอบปล่อยน้ำเสียงเป็นครั้งคราว สำหรับการตรวจน้ำผิวดิน สำนักน้ำบาดาล ได้เก็บตะกอนก้นคลอง และน้ำบ่อบาดาน คาดว่าผลตรวจจะออกในช่วงปลายเดือน ฟากฝั่งกรมชลประทาน มีการเก็บน้ำตัวอย่างไปตรวจเช่นกัน เป็นการวัด 6 ค่าคุณภาพน้ำเชิงชลประทานและการเกษตร พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกรมชลประทาน
ทั้งนี้ภายหลังการรับฟังคำชี้แจง นางสาวกุลวลี ได้นำคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ 4 จุด ของตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี ประกอบด้วย บริเวณร่องน้ำริมทางรถไฟ (ฝั่งคลองเกตุ) บริเวณบริษัท ที.เอ็น.ซี. รีไซเคิล จำกัด (ฝั่งคลองหลวงน้ำเขียว) บริเวณฝายหมู่ที่ 2 (คลองเกตุ) และบริเวณพื้นที่จุดดูดตะกอนห้วยตะเข้ โดยพบท่อปริศนาต่อออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม มุดลงใต้ดินเพื่อข้ามมาอีกฝั่งถนน รวมถึงพบว่ามีปลาตายในลำน้ำใกล้โรงงาน และจากการตรวจคุณภาพน้ำของกรมชลประทาน พบว่าค่าออกซิเจนตำกว่ามาตรฐาน
