เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เพจของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยรายงานว่านายจาง เจียนเหว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้พบปะกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)ตามคำขอ โดยนายจางได้บรรยายสรุปถึงเจตนารมณ์ของสุนทรพจน์สำคัญของฯพณฯ สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในงานฉลองครบรอบ 105 ปีแห่งการก่อตั้งพรรค และกล่าวว่าทางจีนยินดีที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกันกับทุกพรรคการเมืองของไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของทั้งสองประเทศ
เอกอัครราชทูตจางกล่าวว่า จีนเข้าใจถึงความกังวลต่อระบบสิ่งแวดล้อมนิเวศและสุขภาพของประชาชนในลุ่มน้ำ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับแม่น้ำข้ามพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมาร์ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างเป็นกลาง เป็นวิทยาศาสตร์และรับผิดชอบ ทางจีนยินดีที่จะกระชับความร่วมมือทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบสิ่งแวดล้อมนิเวศกับเหล่าประเทศในลุ่มน้ำ สนับสนุนไทยและเมียนมาร์ให้มีการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกันเริ่มดำเนินการตรวจสอบร่วมกันโดยเร็ว เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
“ในขณะที่ข้อเท็จจริงยังไม่มีความชัดเจนและความผิดชอบยังไม่สามารถบ่งบอกได้ กลับมีบางบุคคลนำประเด็นนี้ไปสร้างกระแสกล่าวหาและใส่ร้ายป้ายสีจีนโดยปราศจากมูลความเป็นจริงนั้น ฝ่ายจีนจึงคัดค้านอย่างเด็ดขาดและหวังว่าพรรคประชาชนจะยึดมั่นในท่าทีอย่างเป็นกลางและอย่างมีเหตุมีผล แสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไป” นายจาง กล่าว
เพจของสถานเอกอัครราชทูตระบุว่า นายณัฐพงษ์ได้กล่าวแสดงความยินดีอีกครั้งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในวาระครบรอบ 105 ปีการก่อตั้งพรรค พร้อมแสดงความเต็มใจที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์การสร้างพรรคของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และส่งเสริมความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างทั้งสองประเทศ
ก่อนหน้านี้เมื่อค่ำวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.ปชน.ได้โพสต์เฟสบุคว่า พรรคประชาชนยื่นบันทึก Memorandum พร้อมข้อมูลอย่างละเอียดให้กับทางสถานเอกอัครราชทูตจีน ในฐานะของผู้แทนราษฎร ตัวแทนประชาชนคนไทย ถึงการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ให้ทางจีนมีข้อมูลที่ชัดเจน สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ตรงจุด ตรวจสอบต้นตอได้ตรงเป้า และร่วมแสดงความจริงใจต่อปัญหานี้ หยุดปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านร่วมกัน
นายภัทรพงษ์กล่าวว่า ปชน.ได้เน้นย้ำกับทางเอกอัครราชทูตจีนถึงความสำคัญของประเด็นนี้ว่า จากปัญหานี้คนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนทุกเชื้อชาติ เราต้องเร่งจัดการปัญหาร่วมกันจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง รอไม่ได้ การจัดการแม่น้ำพิษต้องจัดการที่ต้นตอ โดยพวกตนทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนคนไทย ยื่นหนังสือให้กับทางจีนมีเนื้อหาที่ระบุชัดเจนว่า ต้นตอของสารพิษที่เจอกันมากว่า 1 ปี ไม่ได้มาจากสารโลหะหนักในธรรมชาติของไทย หรือกิจกรรมใดๆในไทยเลย โดยอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งการตรวจน้ำและตะกอนดินของกรมควบคุมมลพิษและงานวิจัยของ รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของสารพิษกับทางจีน รวมถึงสภาพความรุนแรงของปัญหานี้ที่ปัจจุบันกระทบกับทั้งแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน รวมถึงความเสี่ยงในน้ำกระบุรี ที่เราพบค่าสารพิษในแม่น้ำมากกว่ามาตรฐานทั้งสารหนูและตะกั่ว และยังลามไปถึงอาหารที่เรากิน การตรวจพืชผักที่ทำให้อาหารเราปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และเนื้อปลาที่ตอนนี้ ก็มีการตรวจพบปลาจากแม่น้ำโขงที่มีสารตะกั่วเกินเกณฑ์ปลอดภัยแล้วเช่นกัน
“ในส่วนของต้นตอ เราได้แนบพิกัดอย่างละเอียดของเหมือง 2,676 จุด จาก Stimson Center เพื่อให้ทางจีนสามารถตรวจสอบ ว่ามีทางภาคส่วนใดๆของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหมืองไหนบ้าง เพื่อที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายของจีนที่มีอยู่แล้ว ที่เข้ากับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น กฎหมาย Rare Earth Management, กฎหมาย Outbound Investment และกฎหมาย Export Control โดยเราขอให้ทางจีนตรวจสอบ และตอบกลับเป็นหนังสือ เพื่อให้เราสามารถนำมาสื่อสารต่อกับประชาชนในประเทศไทย ให้รับรู้ถึงความใส่ใจต่อปัญหานี้ของทางจีน ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง”นายภัทรพงษ์ระบุ
สส.ปชน.กล่าวว่าเป้าหมายของเราในครั้งนี้ ไม่ใช่การชี้ตัวว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่เป็นการดึงประเทศใน Supply chain ของแร่ เข้ามาร่วมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหมือง ร่วมจัดการ Supply chain ของแร่ และจัดการปัญหานี้ที่ต้นตอ โดยเรายังมีข้อเสนอการบำบัดมลพิษที่เหมืองที่มีต้นทุนต่ำจากงานวิจัยที่เราแนบไปด้วย
“ในกรณีเหมืองที่ถูกกฎหมาย ค่าบำบัดที่เหมืองสามารถทำได้ในต้นทุน 5-20 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากปล่อยไว้แล้วค่อยฟื้นฟู แพงกว่าร้อยถึงพันเท่าแน่นอน และอาจจะฟื้นฟูไม่ได้เลยอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ทางท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ให้คำมั่นถึงการส่งเอกสารทั้งหมดตรงไปยังรัฐบาลจีนแล้วครับ
ผมและพรรคประชาชนจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิดต่อไป จนกว่าแม่น้ำประเทศเราจะกลับมาสะอาด และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ริมน้ำกลับมาปลอดภัยเหมือนในอดีต”นายภัทรพงษ์ ระบุ
