เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งหนังสือเชิญประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี โดยระบุว่าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานาการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน และการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้คณะทำงานร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปทุมวรราช ศาลากลางจังหวัดอุบลฯเวลา 15.30 น. พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลนำเสนอในที่ประชุม
น.ส.สดใส สร่างโศรก ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจับตาน้ำท่วมอุบล-เขื่อนแม่น้ำโขง ให้สัมภาษณ์ คณะกรรมการบริหารจัดการเขื่อนปากมูลจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการเปิดประตูระบายน้ำ ท่ามกลางความหวังของชาวบ้านว่าการดำเนินการจะเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทันช่วงฤดูอพยพและวางไข่ของปลาหรือไม่
น.ส.สดใสกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านต่างจับตาการประชุมในวันที่ 17 กรกฎาคม ด้วยความหวังว่าจะมีมติเปิดประตูระบายน้ำโดยเร็ว เพื่อให้ทันช่วงฤดูอพยพและวางไข่ของปลา ซึ่งตามธรรมชาติควรเปิดต่อเนื่องตลอดฤดูน้ำหลาก ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แม้จะมีมติ ครม.รองรับแนวทางดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติชาวบ้านกลับต้องออกมาเรียกร้องและชุมนุมแทบทุกปี กว่าจะมีการเปิดประตูระบายน้ำ จนหลายครั้งล่าช้าเกินกว่าช่วงเวลาที่ปลาจะอพยพขึ้นสู่แม่น้ำมูล
“ขณะนี้ปลาหลายชนิดเริ่มอพยพขึ้นมาตามลำน้ำแล้ว โดยเฉพาะปลาใหญ่ที่มักขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม แต่เมื่อประตูระบายน้ำยังไม่เปิด ปลาจำนวนมากจึงไม่สามารถผ่านเขื่อนขึ้นไปยังพื้นที่เหนือเขื่อนได้ ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่เหนือเขื่อนไม่สามารถจับปลาได้เหมือนในอดีต และยังกังวลว่าหากการเปิดเขื่อนล่าช้าออกไปอีก ก็อาจทำให้พลาดช่วงฤดูกาลสำคัญของการขยายพันธุ์ปลา ซึ่งจะกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและวิถีประมงพื้นบ้านในระยะยาว”น.ส.สดใส กล่าว
ประสานงานเครือข่ายประชาชนจับตาน้ำท่วมอุบล-เขื่อนแม่น้ำโขง กล่าวว่า การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯเรียกประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนถึงพลังการเรียกร้องของภาคประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องย้ำเตือนว่า ‘เวลาไม่เคยรอเรา’ เพราะขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนและมีพายุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน หากกลไกราชการยังคงล่าช้าและรอเพียงผลการประชุมเพื่อดำเนินการแบบเดิม ๆ ความเสี่ยงที่น้ำจะท่วมเมืองอุบลราชธานี เหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาก็ยิ่งทวีคูณขึ้น การเปิดเขื่อนปากมูลเพื่อระบายน้ำเชิงรุกจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำทันที ไม่ใช่รอจนวิกฤตแล้วค่อยแก้ไข
“สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้เรื่องอุทกภัยคือวิกฤตทางนิเวศวิทยาและปากท้องของชาวบ้าน ช่วงเวลานี้คือฤดูกาลสำคัญที่สุดที่พันธุ์ปลาจากแม่น้ำโขงจะต้องว่ายอพยพขึ้นมาวางไข่ในแม่น้ำมูล หากทางจังหวัดชักช้าในการเปิดประตูระบายน้ำจนพ้นช่วงเวลาทองนี้ไป ฤดูกาลอพยพของปลาก็จะหมดลงทันที ซึ่งหมายถึงความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนริมน้ำที่จะต้องสูญเสียรายได้และแหล่งอาหารไปตลอดทั้งปี”ประสานงานเครือข่ายประชาชนจับตาน้ำท่วมอุบล-เขื่อนแม่น้ำโขง กล่าว
——–
