เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผศ.ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ใช้ชุดทดสอบ (Test Kit) ตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงการปนเปื้อนโลหะหนักในพื้นที่ชลประทานแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า น้ำในบางพื้นที่ของ ต.แม่สายมิตรภาพ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีปริมาณโลหะหนักสูงประมาณ 0.10 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าสูงกว่าการตรวจวัดน้ำผิวดินในแม่น้ำสายก่อนหน้านี้ ที่เคยมีค่าสูงสุดอยู่ที่ 0.055 มิลลิกรัมต่อลิตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวอย่างน้ำเข้าตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการ (แล็บ) คาดว่าจะทราบผลที่แน่ชัดภายใน 1 สัปดาห์
“ทีมวิจัยจากศูนย์ฯ จะยึดหลักในการตรวจเฝ้าระวังสถานการณ์ในจุดและช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงสูง ซึ่งแตกต่างจากหน่วยงานทั่วไปที่ตรวจตามรอบเวลาปกติ ทั้งนี้ อยากให้ชุมชนร่วมกันตื่นตัวและตั้งข้อสังเกต หากพบสิ่งผิดปกติ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือ ป้องกัน หรือบรรเทาภัยจากการปนเปื้อนโลหะหนักได้ทันท่วงที เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาเวลาที่แน่นอนของการปนเปื้อนได้ และไม่ทราบว่าจะละลายปนกับน้ำผิวดิน ณ จุดใด การหมั่นสังเกตและเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบจึงเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินสถานการณ์” ผศ.ดร.ว่าน กล่าว
ด้าน นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางชลประทานยังไม่ทราบข้อมูลเรื่องการพบสารปนเปื้อนสูงถึง 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร ในคลองชลประทานแม่สายมิตรภาพ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจวัดโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการบริหารจัดการน้ำ ก่อนที่จะดึงน้ำจากแม่น้ำสายเข้ามาในคลองชลประทาน จะมีการพักน้ำเพื่อให้ตกตะกอนก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่ทางการเกษตร ทั้งนี้ หากมีผลแล็บและหน่วยงานยืนยันชัดเจนว่ามีการปนเปื้อนในระดับสูง ทางชลประทานจะเร่งดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
ขณะที่ นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 เชียงใหม่ กล่าวว่า ในกรณีที่นักวิจัยหรือหน่วยงานภายนอกตรวจพบปัญหาคุณภาพน้ำหรือการปนเปื้อน ตามระเบียบราชการแล้ว ทางโครงการชลประทานสามารถเก็บตัวอย่างน้ำส่งให้ห้องปฏิบัติการกลาง ตรวจวิเคราะห์ได้ เพื่อควบคุมดูแลคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้ เนื่องจากชลประทานมีหน้าที่จัดหาและดูแลทั้งน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตร หากพบว่าน้ำมีสารพิษปนเปื้อนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามหลักปฏิบัติและกฎหมายคุ้มครองคุณภาพน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้สารพิษเหล่านี้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่ทางการเกษตรของประชาชน
“ในกรณีแบบนี้หากมีแนวโน้มว่ามีการปนเปื้อนสูง ทางชลประทานจังหวัดเชียงราย สามารถไปเก็บตัวอย่างส่งตรวจได้ อย่างไรก็ตามหากผลตรวจอย่างเป็นทางการ มีพิกัด ปกติอย่างหน่วยงานเองหากมีผลตรวจทั้ง Test Kit หรือผลแล็บ ที่จะรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อดำเนินการต่อไป” ผอ.สคพ.ที่ 1 กล่าว
ผอ.สคพ.ที่ 1 ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย องค์การ UNIDO และรัฐบาลญี่ปุ่น ในการดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักและสารหนูในแหล่งน้ำข้ามพรมแดน โดยทีมงาน UNIDO มีกำหนดการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 16 กรกฎาคม และจังหวัดเชียงรายในวันที่ 17 กรกฎาคม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ
“สำหรับความร่วมมือนี้ สิ่งที่ทางเชียงรายต้องการเป็นลำดับแรกคือการจัดทำ Risk Mapping(แผนที่ความเสี่ยง) เพื่อประเมินและคัดกรองพื้นที่เสี่ยงสำหรับวางแผนฟื้นฟูหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เสี่ยง เช่น การเลือกพืชที่จะนำมาปลูก โดยในช่วงปีแรกงบประมาณอาจยังมีจำกัด แต่จะทยอยเพิ่มขึ้นในระยะที่ 2-3 ต่อไป ซึ่งจะครอบคลุมถึงการพัฒนาระบบกรองน้ำประปาและแหล่งน้ำชุมชน การจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ รวมถึงการศึกษานำดินตะกอนปนเปื้อนมาทำวัสดุตรึงสารโลหะหนัก ทั้งนี้ UNIDO จะสนับสนุนด้านผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือและชุดตรวจคุณภาพสูง ตลอดจนการฝึกอบรมด้านการเฝ้าระวังความเสี่ยงและการติดตั้งระบบกรองน้ำของชุมชน” นายอาวีระ กล่าว
อนึ่ง พื้นที่การเกษตรที่ครอบคลุมโดยระบบชลประทานคลองส่งน้ำ RC1, RC2 และ RC3 ในเขตลุ่มน้ำสายและแม่น้ำรวก มีพื้นที่รวมกัน กว่า 60,500 ไร่ โดยระบบคลองส่งน้ำสายหลักทั้ง 3 สายนี้ ทำหน้าที่ส่งน้ำกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกใน 5 ตำบล ของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้แก่ ต.แม่สาย ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา ต.เวียงพางคำ และต.เกาะช้าง
