Search

นักวิชาการชี้ปลาแค้น้ำโขงอีสานเป็นตุ่มสัญญาณเตือนภัยระบบนิเวศผิดปกติ-ผู้ใหญ่บ้านเสนอการสื่อสารชุมชนอย่างทั่วถึง-เยาวชนทำสารคดีสั้น “ปลาตุ่ม”รณรงค์เร่งแก้ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมริเวอร์ทรี รีสอร์ท อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย มีการจัดงานเวทีสาธารณะเสนอผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและปลา และการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำโขง จังหวัดเลย ซึ่งมีการเปิดฉายสารคดีสั้นเรื่อง “ปลาตุ่ม” ผลงานของกลุ่มเยาวชนฮักแม่น้ำโขง ร่วมกับกระติ๊บบาย โฮมสตูดิโอ ภายใต้การอำนวยการผลิตของสมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.)

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ในหัวข้อคำถาม “อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกภาคส่วนควรรับรู้ร่วมกันและมีแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างไร” และ “อีกหนึ่งปีข้างหน้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรมากสุดในแม่น้ำโขงและอะไรคือสิ่งที่หน่วยงานหรือองค์กรของท่านจะร่วมผลักดันทำให้เกิดขึ้น”

ธิติยาพร สุขขะ ประธานเยาวชนฮักแม่น้ำโขง กล่าวภายหลังการฉายภาพยนตร์สารคดีว่า รู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดเรื่องราวผลกระทบจากปัญหามลพิษในแม่น้ำโขง ผ่านภาพยนตร์สารคดี เพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่ชุมชนริมโขงกำลังเผชิญอยู่

“หนูเองเป็นคนในพื้นที่ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย ซึ่งเป็นชุมชนที่ใช้น้ำประปาจากแม่น้ำโขงและพึ่งพาอาหารจากแม่น้ำโขงโดยตรง ทำให้ทั้งตนเองและชาวบ้านริมโขงเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการปนเปื้อนอย่างแท้จริง ปัญหาการปนเปื้อนไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาระหว่างประเทศหรือเป็นเพียงประเด็นของลุ่มน้ำโขงเท่านั้น แต่ควรมีการเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขและลดการปนเปื้อนในแม่น้ำอย่างจริงจัง แม้อาจไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมดในทันที แต่ก็ควรลดความเสี่ยงให้มากที่สุด พร้อมทั้งช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้”ธิติยาพร กล่าว

รศ. ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สกสว กล่าวว่า การพบปลาแค้ที่มีตุ่มผิดปกติในแม่น้ำโขง แม่น้ำกก รวมถึงพื้นที่เลยและหนองคาย ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงโรคของปลา แต่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ของระบบนิเวศที่กำลังได้รับผลกระทบจากมลพิษโดยเฉพาะโลหะหนัก

“หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์มินามาตะในญี่ปุ่น ก่อนที่คนจะล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนผ่านแมว นก และปลาที่ผิดปกติ แต่ไม่มีใครสังเกตหรือให้ความสำคัญ สำหรับกรณีแม่น้ำโขงในไทยเรายังถือว่าโชคดีเพราะชาวประมงสังเกตเห็นความผิดปกติของปลาได้ตั้งแต่ระยะต้น ทำให้เริ่มตรวจสอบและเก็บข้อมูลได้ ก่อนที่จะพบหลักฐานว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน” ดร.ธนพล กล่าว

อาจารย์จาก มน. กล่าวว่า ปลาแค้เป็นตุ่ม ไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุด แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า มีบางอย่างผิดปกติในระบบนิเวศ และเรายังมีเวลาแก้ไขเมื่อแม่น้ำปนเปื้อนโลหะหนัก สิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบก่อนคือสัตว์ที่อาศัยอยู่กับตะกอน เช่น สัตว์หน้าดิน กุ้ง หอย ก่อนที่สารพิษจะสะสมเข้าสู่ปลา และท้ายที่สุดจึงจะมาถึงมนุษย์ผ่านการบริโภค

ด้าน ดร.ทนพ.ณัฐวุฒิ เจริญผล อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์และพยาธิวิทยากายวิภาค คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ตุ่มที่ปรากฏบนตัวปลา ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นซีสต์ที่เกิดจากพยาธิ และยังพบความผิดปกติของเลือด ภูมิคุ้มกัน และการติดเชื้อ ซึ่งสะท้อนว่าปลากำลังเผชิญความเครียดจากสิ่งแวดล้อม การตรวจเพียงทีมเดียวไม่สามารถสรุปสาเหตุทั้งหมดได้ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายสาขา ทั้งการตรวจน้ำ ตะกอน โลหะหนัก เชื้อโรค และผลกระทบทางชีวภาพ เพื่อประกอบกันเป็นภาพรวมของปัญหาที่เกิดขึ้น

นายสุนทร หงษ์คง หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยกล่าวว่า การสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อน จึงควรผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยนำข้อมูลที่ศึกษามาเปรียบเทียบกับข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อประเมินว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในด้านใดบ้าง ก่อนนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะ

“การสร้างการรับรู้ควรเริ่มจากการประสานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้รับทราบสถานการณ์และร่วมกำหนดแนวทางการสื่อสารที่ถูกต้อง โดยเป้าหมายคือการทำให้ประชาชน ตระหนักต่อความเสี่ยง ไม่ใช่ ตื่นตระหนก”นายสุนทร กล่าว และว่า การสื่อสารความเสี่ยงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการแจ้งเตือนว่าพบปัญหา แต่ควรอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า พบอะไร ส่งผลกระทบอย่างไร และมีวิธีป้องกันตัวเองอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

นายยุน ทองจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยขอบ หมู่ 3 ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย กล่าวว่า การสื่อสารเรื่องผลกระทบจากมลพิษในแม่น้ำโขงพวกเราต้องสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

“สิ่งที่ชาวบ้านต้องการทราบมากที่สุดคือคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามในชีวิตประจำวัน เช่น ปลาที่เป็นโรคกินได้หรือไม่ น้ำประปาปลอดภัยหรือไม่ หากจะสื่อสารกับประชาชน พวกเราสื่อสารประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจนต่อชาวบ้าน” ผู้ใหญ่บ้านห้วยขอบ กล่าว