
ในการประชุมคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำ กก สาย รวก โขง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการฯ เป็นประธาน ทางกลุ่มรักษ์เชียงของได้เสนอแผนเฝ้าระวังความเสี่ยงโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ตัวแทนกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า เนื่องจากการตรวจในช่วงปีแรกเน้นไปที่แม่น้ำกก สาย รวก ปากแม่น้ำรวก และปากน้ำกก จึงยังไม่มีการตรวจสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นระบบ ขณะที่แม่น้ำโขงรับน้ำมาจากแม่น้ำหล่วยและแม่น้ำเลน ซึ่งมีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) และเหมืองทองคำจำนวนมาก อีกทั้งยังพบปลาแข้ในแม่น้ำโขงป่วยเป็นตุ่มมานานกว่า 3 ปี นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ใช้สารบ่งชี้ไอโซโทป ซึ่งพบว่าสัดส่วนของสารหนูอนินทรีย์ต่อสารหนูอินทรีย์ในน้ำโขงบางจุดสูงกว่าในแม่น้ำกก จึงเป็นที่มาของการประสานนักวิจัย คือ อ.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (สถาบัน HIA ชุมชน) มาช่วยประเมินผลกระทบทางสุขภาพ โดยมี ผศ.ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมเป็นทีมงานในการเก็บตัวอย่างห่วงโซ่อาหารในพื้นที่เสี่ยง ทั้งน้ำผิวดิน ตะกอนดิน พืช และสัตว์น้ำ
ตัวแทนภาคประชาสังคมเชียงของกล่าวว่า จากการตรวจพบว่าตะกอนดินมีค่าสารปนเปื้อนสูง และพบสารปนเปื้อนในแปลงปลูกพืชริมน้ำ เพื่อดูแลความเสี่ยงที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้นี้ จึงมีความเห็นร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอำเภอเชียงของ ทั้งนายอำเภอเชียงของ โรงพยาบาล และทีม รพ.สต. ที่จะร่วมขับเคลื่อนการประเมินความเสี่ยงน้ำทั้งระบบ ได้แก่ แหล่งน้ำชุมชนทั้งหมด รวมถึงเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง โดยเบื้องต้นทีมภาคประชาสังคมได้ ข้อมูลจากท้องถิ่นอำเภอ และ รพ.สต. ในการสำรวจแหล่งน้ำทั้งหมด เพื่อกำหนดพิกัดแหล่งน้ำและพิกัดความเสี่ยงในห่วงโซ่อาหาร ปักหมุดในแผ่นที่เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการขับเคลื่อนประเมินสถานการณ์และขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามคุณภาพน้ำระดับอำเภอ เพื่อประเมินสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลในการขับเคลื่อนดูแลคุณภาพน้ำและห่วงโซ่อาหารต่อไป
ทั้งนี้ในที่ประชุม ทาง อบจ.เชียงราย ซึ่งทำงานร่วมกับ รพ.สต. ระบุว่า ในปีหน้าจะกำหนดให้ทุกชุมชนเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจคุณภาพรวม 1,753 หมู่บ้าน และที่ผ่านมาได้ร่วมติดตั้งระบบกรองน้ำให้กับหมู่บ้านที่มีความเสี่ยง โดยความร่วมมือกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (ศน.) หรือ นาโนเทค ซึ่งจะขยายการดูแลพื้นที่ตามระดับความเสี่ยง ด้านสาธารณสุขจังหวัดได้ตรวจประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300 คน และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการสื่อสารความเสี่ยงและผลการตรวจในด้านมาตรฐานการตรวจ
ที่ประชุมยังได้รับรองการนำเสนองบประมาณโครงการศูนย์การตรวจโลหะหนักจังหวัดเชียงราย วงเงิน 123.83 ล้านบาท โดยจำแนกสัดส่วนงบประมาณตามหน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 จำนวน 19.10 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 32 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 72.73 ล้านบาท โดยในปีที่ 1 ใช้งบประมาณ 63.23 ล้านบาท เน้นงบลงทุน ก่อสร้าง จัดซื้อเครื่องมือวิเคราะห์ (ICP-MS/MS) และจัดทำระบบคุณภาพ ส่วนในปีที่ 2–5 ใช้งบประมาณรวม 15 ล้านบาท เป็นงบดำเนินการเพื่อสร้างขีดความสามารถในการวิเคราะห์รวม 300 ตัวอย่างต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดเวลารอผลลงได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยขั้นตอนต่อไปคือการเสนองบประมาณไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบการเสนอพัฒนาแผนบริหารจัดการมลพิษน้ำจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือสารปนเปื้อนข้ามพรมแดนจากแม่น้ำ เสนอโดย รศ.ดร.พงศ์พันธุ์ กาญจนการุณ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เชียงราย ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและวิศวกรรมโยธา โดยศูนย์นี้จะทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนปฏิบัติการ ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะนำเสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป