Search

แม่ค้าหาดเชียงรายริมน้ำกกโอดถูกเลิกสัญญาเช่าหลังกรมโยธาฯผุดโครงการเมืองใหม่สร้างพนังกันตลิ่งพัง-ปรับภูมิทัศน์ใหญ่ “นายก อบต.”เผยแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ปีก่อนแถมได้สิทธิพิเศษให้ค้าขายเมื่อเสร็จ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าและแพอาหารบริเวณหาดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงรายว่า กำลังเดือดร้อนและรู้สึกวิตกกังวลต่ออนาคตการประกอบอาชีพ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รอบเวียง อ.เมือง ซึ่งดูแลพื้นที่หาดเชียงราย ได้ส่งหนังสือแจ้งการสิ้นสุดสัญญาเช่าอาคารร้านค้า พร้อมกำหนดให้ผู้เช่าส่งมอบพื้นที่คืนภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2569

ทั้งนี้หนังสือที่ส่งไปยังผู้ประกอบการระบุว่า อบต.รอบเวียงได้รับแจ้งจากกรมโยธาธิการและผังเมืองว่าจะดำเนินโครงการพัฒนาตามแผนผังเมืองรวมเมืองเชียงราย บริเวณหมู่ 2 ชุมชนฮ่องลี่ หมู่ 7 ชุมชนป่างิ้ว และหมู่ 4 บ้านป่างิ้ว และพื้นที่ต่อเนื่องต.รอบเวียง ระยะที่ 1(พื้นที่เร่งด่วน)ซึ่งหาดเชียงรายเป็นพื้นที่ในการดำเนินโครงการดังกล่าว ประกอบกับในการประชุมคณะกรรมการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.รอบเวียงเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ได้แจ้งในที่ประชุมให้ทราบว่า อบต.รอบเวียงจะไม่มีการต่อสัญญาเช่าอาคารร้านค้าในปีงบประมาณ 2570 เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ดำเนินโครงการดังกล่าว

“ขอให้ท่านปฎิบัติตามสัญญาเช่า โดยขนย้ายทรัพย์สิน บริวารและส่งมอบสถานที่เช่าคืนในสภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 หากพ้นกำหนด อบต.จะดำเนินการขนย้ายทรัพย์สินแทน โดยคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากท่าน หรือหักจากหลักประกันสัญญา หากไม่เพียงพอจะเรียกเก็บส่วนที่เหลือพร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”หนังสือระบุ

นางสาวพรปวี ใจแปง แม่ค้าหาดเชียงราย กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากหลังได้รับหนังสือแจ้งให้ยุติการไม่ให้เช่าต่อและย้ายออก ทั้งที่หลายคนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน บางรายอยู่มานานกว่า 20 ปี แม่ค้ารุ่นเก่าบางคนอยู่มานานถึง 30-40 ปี ที่แห่งนี้แห่งนี้เหมือนบ้านและผูกพันกับชีวิตของทุกคน

“เมื่อจำเป็นต้องย้ายออกก็ยังไม่รู้ว่าจะประกอบอาชีพอะไรต่อ ที่ผ่านมาอาศัยที่แห่งนี้เป็นรายได้หลัก เราแก่อายุเท่านี้แล้ว ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ เราไม่อยากกลับไปพึ่งพาที่ดินของครอบครัวหรือญาติ จะให้เราไปทำอย่างอื่นไม่ถนัดเพราะเราทำอาชีพนี้มานานแล้ว มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังไม่มีลูก จนเดี๋ยวนี้ลูกเติบโตเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาแล้ว จึงรู้สึกผูกพันกับที่แห่งนี้เป็นเหมือนบ้าน”นางพรปวี กล่าว

แม่ค้าหาดเชียงรายกล่าวว่า การย้ายออกเป็นผลจากโครงการพัฒนาพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ อีกอย่างเราขาดการสื่อสารที่ชัดเจน โดยได้รับเพียงหนังสือจากยามไม่ให้เช่าต่อในปีนี้ แต่ไม่มีการประชุมหรือชี้แจงรายละเอียดล่วงหน้า จึงไม่ทราบว่าหลังปรับปรุงพื้นที่แล้วผู้ค้ารายเดิมจะมีสิทธิ์กลับมาค้าขายหรือไม่

ขณะที่นางอรุณี สุงแก้ว ผู้ประกอบการร้านค้าหาดเชียงราย กล่าวว่า ตนเข้ามาเช่าช่วงกิจการตั้งแต่ปี 2536 โดยจ่ายค่าเซ้งเพียง 25,500 บาท ก่อนจะทำกิจการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนานกว่า 33 ปี จนหาดเชียงรายเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

“แต่ก่อนขายดี แม่น้ำใสสะอาด เห็นกรวด เห็นทราย เห็นแม้กระทั่งตัวปลา แต่หลังจากโควิด เจอน้ำท่วม แล้วก็มาเจอสารตะกั่ว สารหนู เราเจอทุกสิ่งทุกอย่าง หลายครั้งจะคิดย้ายออกจากพื้นที่ แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้ แถมยังมีภาระครอบครัวและลูกหลานที่กำลังศึกษาอยู่ในจังหวัดเชียงราย”นางอรุณี กล่าว

นางอรุณีกล่าวว่า เหลือเวลาเพียงประมาณกว่า 2 เดือนที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการตั้งหลักใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการสูงอายุซึ่งไม่มีอาชีพสำรอง ทำให้ไม่รู้ว่าจะไปต่อได้อย่างไร เพราะบางคนไม่มีบ้านอยู่

ด้านนายวันชนะ ท้าวแก่นจันทร์ นายก อบต.รอบเวียง ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ”ว่า พื้นที่บริเวณหาดเชียงรายกำลังดำเนินโครงการพัฒนาเมืองใหม่เชียงรายของกรมโยธาธิการฯ โดยโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2566-68 ซึ่งได้มีการเริมสำรวจกันมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และทำเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำกกต่อเนื่องจากพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงราย โดยต้องมอบพื้นที่ให้กรมโยธาธิการฯตามแผนงบประมาณ ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าสิ้นสุดสัญญาเช่าในเดือนกันยายน จึงต้องเลิกสัญญาเช่าเพราะไม่เช่นนั้นจะไม่ทันกับปีงบประมาณที่จะดำเนินการ

นายวันชนะ กล่าวว่า บริเวณริมแม่น้ำจะทำเขื่อนกันตลิ่งพัง ส่วนพื้นที่ร้านอาหารด้านบนจะมีการสร้างอาคารใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้ชี้แจงกับชาวบ้านมาโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่าจะมีโครงการเช่นนี้ และได้แจ้งให้ผู้ประกอบการซึ่งมีอยู่กว่า 20 ราย ทราบล่วงหน้าแล้วโดยมีบันทึกการประชุมเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีแผนที่จะช่วยเหลือหรือเยียวยาผู้ประกอบการหรือไม่ นายก อบต.รอบเวียงกล่าวว่า การเยียวยามักใช้ในกรณีความเสียหายที่อยู่ระหว่างการมีสัญญา เช่น ตอนน้ำท่วม เราก็ลดค่าเช่าให้ แต่กรณีนี้เป็นการสิ้นสุดสัญญา ซึ่งคนที่อยู่มานาน 30-40 ปี เราก็เห็นใจ แต่ก็ต้องทราบความเป็นมาด้วยว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคำสั่งของศาลเพราะสมัยก่อนเคยมีการฟ้องร้องให้ออกจากพื้นที่ แต่แม่ค้าอุทธรณ์และศาลให้เราทำอาคารให้ขายของซึ่งตอนนั้นมีอยู่ 32 ร้านโดยคำสั่งศาลระบุว่าให้ผู้ค้าขายไปเช้าเย็นกลับ แต่ต่อมาชาวบ้านขอนอนที่นั่นเพื่อความสะดวกซึ่ง อบต.ก็อนุโลมมาโดยตลอด

“หากก่อสร้างเสร็จ เราจะพิจารณาแม่ค้าคนเดิมเป็นอันดับแรกให้มาค้าขาย จุดประสงค์ที่ค้าขายจริงๆตอนนี้ มันขายของแทบไม่ได้ตั้งแต่ตอนโควิดจนกระทั่งแม่น้ำกกปนเปื้อน ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว เขาใช้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยเพราะลูกหลานมาเรียนหนังสือในเมือง ค่าเช่าเราก็ถูกแสนถูกเพื่อให้เขาได้ค้าขาย เมื่อโครงการลงมาเราก็จำเป็นต้องให้เขาหยุดก่อน”นายวันชนะกล่าว และว่าหากมีการสร้างอาคารหลังใหม่เสร็จและเปิดโอกาสให้แม่ค้ารายเก่าค้าขายก็ต้องทำแบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่ใช่มานอนค้างคืนหรืออยู่กันยาว

“ผมเข้าใจและใจดีกับแม่ค้ามาโดยตลอด แต่ครั้งนี้เราต้องทำ เพราะเป็นโครงการต่อเนื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เรารับปากแม่ค้าว่าจะพิจารณาพวกเขาเป็นอันดับแรก หากการก่อสร้างเสร็จ”นายก อบต.รอบเวียง กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการพัฒนาที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายอย่างไร นายก อบต.รอบเวียงกล่าวว่า นอกจากทำเขื่อนป้องกันตลิ่งพังและป้องกันน้ำท่วมแล้ว ด้านบนจะทำเป็นสวนสาธารณะ มีสนามกีฬาและพื้นที่นันทนาการต่างๆ ทั้งนี้โครงการนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเผชิญปัญหาแม่น้ำปนเปื้อน

“เดี๋ยวนี้เราจะเอาแม่น้ำกกเป็นตัวชูโรงนั้นยากแล้ว เพราะเดิมทีคนที่ไปเที่ยวก็อยากเล่นน้ำด้วย ทานอาหารและชมวิว ซึ่งตอนนี้ผมก็พยายามโปรโมทมาตลอดว่าไปเที่ยวได้ ชมวิวได้ กินอาหารอร่อยได้ ยกเว้นอย่าไปสัมผัสน้ำโดยตรง แต่นักท่องเที่ยวก็ไม่ไปแล้ว เขาหนีไปที่อื่นหมด”นายก อบต.รอบเวียงก่อน