เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ข่าวเศรษฐกิจ-สังคม ออนไลน์ของลาว รายงานว่า เขื่อนหลวงพระบาง ที่กำลังก่อสร้างคืบหน้า 72 % ส่งผลกระทบต่อชุมชนกว่า 22 หมู่บ้าน ประชากรกว่า 7,000 คนซึ่งประชาชนบางส่วนได้ย้ายไปอยู่แปลงอพยพ หรือ “บ้านจัดสรร” ใหม่แล้ว โดยนายวิไล หล้าคำฟอง กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค ประจำคณะเลขาธิการศูนย์กลางพรรคและตัวแทนจากแขวงหลวงพระบาง ได้ลงพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งมีตัวแทนของบริษัทผู้พัฒนาโครงการให้ข้อมูลความคืบหน้า
โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ตั้งอยู่ระหว่างเมืองจอมเพ็ด และเมืองปากอู แขวงหลวงพระบาง โดยมีผู้พัฒนาโครงการเดียวกับโครงการเขื่อนไซยะบุรี มีมูลค่าการก่อสร้างกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้พัฒนาโครงการให้ข้อมูลว่า ได้มีวิเคราะห์พันธ์ปลาเพื่อการอนุรักษ์ สำรวจและออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง หรือสร้างผลกระทบหนักต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะระดับน้ำที่จะอยู่ในระดับ 310 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือกับระดับน้ำที่มีปริมาณสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน มีการออกแบบทางเรือผ่านขนาด 500 ตัน และเรือขนส่งส่งโดยสาร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที และเพื่ออำนวยความสะดวกให้การขึ้นลงของปลา และรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
โครงการนี้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 22 หมู่บ้าน ประมาณ 7,000 คน โดยบางส่วนได้มีการย้ายไปยังแปลงอพยพแล้ว โครงการมีความคืบหน้า 72 % และคาดว่าจะใช้ประมาณ 5 ปีในการก่อสร้าง จะสร้างผลิตไฟฟ้าเชิงพานิชย์ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี 2572
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เสียงของคนลาวในสื่อออนไลน์ได้มีความเห็นที่หลากหลาย เช่น “ทำแต่เขื่อนเต็มบ้านเต็มเมืองทุกแขวง แต่ค่าไฟฟ้าของประชาชนยังแพงขึ้นทุกวัน” ,“การตลาดเก่งมาก ผลกระทบมากกว่าผลได้ ชมเชยๆ” ,“ถ้าระดับน้ำเท่ากับระดับน้ำในฤดูฝนที่ผ่านมา ทำไมต้องย้ายบ้านมากขนาดนั้น ข้อมูลขัดกัน” ,“สร้างเขื่อนเต็มไปหมด เกิดหนี้สินอีกมากขึ้น ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น”
ไพรินทร์ เสาะสาย ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ กล่าวว่า ข้อกังวลใจสำคัญคือ ผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการโยกย้ายประชากรกว่า 7,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นการถูกให้อพยพระลอกใหญ่มาก อ่างเก็บน้ำของเขื่อนที่จะยกระดับยาวไปกว่า 200 กว่ากิโลเมตร ถึงจุดก่อสร้างเขื่อนปากแบงพอดี ระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่หลากหลายต้องจมหายและและปิดกั้นการอพยพของปลาโดยสิ้นเชิง อีกทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงใน สปป.ลาวมีชุมชนและเมืองขนาดใหญ่ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมโดยไม่ถูกนับรวมอยู่จำนวน 7,000 คนนั้น
ไพรินทร์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ ตัวเขื่อนที่อยู่ห่างจากที่ตั้งเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก เพียง 25 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงมากที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากบริหารจัดการน้ำของเขื่อนหลวงพระบาง ผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการมรดกโลกเคยเสนอให้รัฐบาลลาวและผู้พัฒนาโครงการมีการย้ายจุดสร้างเขื่อนไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านวิถีชีวิตและเศรษฐกิจสำคัญของเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวทีมีรายได้มากที่สุดของลาว โดยมีข้อสังเกตสำคัญว่า โครงการนี้เป็นการลงทุนของบริษัทเอกชนไทยทั้ง 100 % ไม่ได้มีรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าลาวร่วมถือหุ้นในโครงการแต่อย่างใด ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นก็จะตกเป็นของบริษัท ส่วนลาวอาจจะได้รับประโยชน์เพียงค่าสัมปทานก่อสร้าง 35 ปีเท่านั้น
