
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว Kachin News Groups รายงานว่า การทำเหมืองทองขนาดใหญ่และใช้เครื่องจักรหนักในเมืองปูต่าโอ่ รัฐคะฉิ่น ทางเหนือของพม่ากำลังก่อให้เกิดมลพิษต่อแหล่งน้ำดื่มที่สำคัญ ทำลายพื้นที่เกษตรกรรม และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งท้องถิ่น และกำลังสร้างความวิตกกังวลอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน
แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า นักธุรกิจที่เข้ามาทำเหมืองได้จ่ายภาษีให้กับกองทัพพม่า เพื่อทำเหมืองทองขนาดใหญ่ตามลำธารน่ำทุม(Nam Htum) และบริเวณรอบหมู่บ้านหม่าก๊วตหว่า โดยลำธารสายนี้ได้ไหลผ่านใจกลางเมืองปูเตาโดยตรงและเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับเมืองปู่ต่าโอ่ และใช้น้ำจากลำธารนี้เพื่อพื้นที่เกษตรกรรมหลายพันเอเคอร์ของชาวบ้านจาก 5 หมู่บ้านใกล้เคียง
ชาวบ้านระบุว่า ธุรกิจทำเหมืองในปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ตามต้นน้ำของลำธาร ตั้งแต่บริเวณใกล้ฐานทัพกองพันทหารราบที่ 46 ของกองทัพพม่า ไปจนถึงหมู่บ้านอ๊อกปาอิน โดยผู้ประกอบการจากตัวเมืองปูเตาได้ทำการขุดทองมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยใช้เครื่องจักรหนัก รวมถึงรถขุดไฮดรอลิกอย่างน้อย 5 คัน
“การทำเหมืองมากเกินไปตามลำธารน่ำทุมตอนบนได้รุกล้ำเข้ามาถึงเขตพื้นที่เพาะปลูกของเราแล้ว เลยออกไปเป็นนาข้าวอีกหลายพันเอเคอร์” ชาวบ้านในเมืองปู่ต่าโอ่หนึ่งกล่าวและว่า “หากการขุดยังคงดำเนินต่อไป นาเหล่านั้นจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ทางการต้องเข้ามาแทรกแซงและหยุดเรื่องนี้โดยทันที”
ชาวบ้านกล่าวว่า การทำเหมืองขนาดใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดียวกันในหมู่บ้านหม่าก๊วตหว่า ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองปูเตาไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร โดยปัจจุบันมีการทำเหมืองอย่างน้อย 5 แห่งที่กำลังดำเนินการอยู่รอบหมู่บ้าน โดย 2 แห่ง ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่อยู่อาศัยโดยตรง และมีเครื่องจักรหนักทำงานอย่างต่อเนื่อง
มีรายงานด้วยว่า เครื่องจักรทำงานในเหมืองและรถบรรทุกขนส่งที่สัญจรไปมาเคยทำให้สะพานหลักของหมู่บ้านหม่าก๊วตหว่าพังลงเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว และเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ทั้งทางการพม่าและผู้ประกอบการเหมืองแร่ยังไม่ได้ซ่อมแซมสะพานดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านต้องสร้างสะพานไม้ไผ่ชั่วคราวเพื่อข้ามแม่น้ำ แต่เด็กนักเรียนและชาวบ้านที่ต้องการการขนส่งทางการแพทย์ฉุกเฉินยังคงต้องเผชิญกับอันตรายในการเดินทาง
นอกจากความเสียหายทางโครงสร้างแล้ว ชาวบ้านยังรายงานว่าการทำเหมืองอย่างไม่หยุดยั้งทำให้ลำธารในหมู่บ้านหม่าก๊วตหว่าขุ่นเป็นอย่างมาก และไม่ปลอดภัยสำหรับการใช้ดื่ม การใช้ในครัวเรือนหรือนำไปใช้ในเกษตรกรรม
แหล่งข่าวในพื้นที่ยืนยันว่า โครงการเหมืองแร่เหล่านี้ดำเนินการโดยผู้ประกอบการหลายรายในเมืองปู่ต่าโอ่ ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโดยจ่ายภาษีโดยตรงให้กับกองพันทหารราบที่ 46 ของกองทัพพม่า ซึ่ง ผู้ประกอบการเหมืองบางรายซื้อสวนผลไม้และที่ดินทำการเกษตรจากเจ้าของที่ดินในท้องที่ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำเหมืองแบบเปิด ทำให้ความพยายามของสมาชิกในชุมชนในการยื่นคัดค้านอย่างเป็นทางการเป็นไปได้ยากขึ้น