
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ หาดเชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าและแพอาหารหาดเชียงราย พร้อมด้วยนักวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคม ได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวหาทางออก ภายหลังจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รอบเวียง มีหนังสือแจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความไม่แน่นอนทั้งด้านอาชีพและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ประกอบการสูงอายุ
นางเลย ศรีโชติ ผู้ประกอบการรุ่นบุกเบิกหาดเชียงราย กล่าวว่า เดิมทีในช่วงแรกพื้นที่หาดเชียงรายยังเป็นป่าธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น ชาวบ้านช่วยกันแผ้วถางพื้นที่บางส่วนเพื่อสร้างเพิงขายของจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่และหญ้าคา โดยยังคงรักษาต้นไม้ใหญ่ไว้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่ปีประมาณ 2530
“ตอนนั้นมันเป็นป่า ไม่มีซุ้ม ไม่มีอะไรเลย ชาวบ้านก็แค่แผ้วถางพื้นที่ขายของ เหลือต้นไม้ใหญ่ไว้หมด ทุกปีชาวบ้านจะเริ่มสร้างซุ้มขายของตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ ในปี 2545 ผู้ประกอบการกว่า 40 ครอบครัวถูกดำเนินคดีขับไล่ออกจากพื้นที่ ก่อนต่อสู้คดีในชั้นศาลชนะ กระทั่งศาลมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่และประกอบอาชีพต่อได้ ก่อนที่ภาครัฐจะก่อสร้างอาคารร้านค้าปัจจุบันและย้ายผู้ประกอบการขึ้นมาใช้พื้นที่ในปี 2550” นางเลย กล่าว
นางเลย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี หาดเชียงรายเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ รวมถึงชาวเชียงรายที่กลับจากการทำงานต่างถิ่น เดินทางมารวมญาติและพักผ่อนริมแม่น้ำกก นอกจากจะประกอบอาชีพ หาดเชียงรายยังเป็นพื้นที่เปิดรับให้เด็กชาติพันธุ์ เด็กไร้สัญชาติ ที่ลงมาหางานช่วงปิดภาคเรียนเข้ามาพักอาศัย หลายรุ่น บางคนก็รับเลี้ยงดู และส่งเสียจนหลายคนเรียนจบและมีงานทำ
“เลี้ยงเด็กชนเผ่ามาหลายรุ่น บางคนมาตั้งแต่ ป.5 ป.6 กินอยู่กับยาย เลี้ยงข้าว 3 มื้อ ดูแลเหมือนลูก จนเรียนจบ บางคนก็กลับมาเยี่ยมทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้ยังอยากอยู่ที่หาดเชียงราย คือความผูกพันกับธรรมชาติ ผู้คน และวิถีชีวิตที่ร่วมสร้างมากับชุมชนมาตลอดและไม่อยากไปไหน
ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลกระทบจากปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวลดลง แต่ผู้ประกอบการยังเห็นว่าหาดเชียงรายมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากยังคงมีทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่น ทั้งต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ชายหาดที่ยังมีก้อนหินตามธรรมชาติ และร้านค้าที่ใช้วัสดุพื้นถิ่น เช่น หญ้าคา ไม้ไผ่ และแคร่ไม้ ทำให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
“พื้นที่แบบนี้มีเสน่ห์ด้วยตัวของมันเอง ในขณะที่เรากำลังพูดถึงการพัฒนาเมืองที่คนมีส่วนร่วม และมีธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ผมยังอยากสนับสนุนให้หาดเชียงรายใช้ธรรมชาติเป็นอัตลักษณ์เด่นของพื้นที่” ดร.สืบสกุล กล่าวและว่า หาดเชียงรายเป็นพื้นที่ชานเมืองที่ยังคงมีความเงียบสงบ ร่มรื่น สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกเหนือแม่น้ำกกและท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติเป็นฐาน จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากการพัฒนาจะทำให้พื้นที่เต็มไปด้วยโครงสร้างแข็งและสูญเสียเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ
อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่า ทุกคนยังต้องการอยู่ในพื้นที่และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาหาดเชียงราย เนื่องจากหลายคนเป็นผู้บุกเบิกพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งรูปแบบร้านค้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติยังถือเป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์สำคัญที่ควรได้รับการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง
“ชาวบ้านยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ อยากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง เพราะเขาเป็นผู้บุกเบิกหาดเชียงรายมาตั้งแต่ต้น จุดเด่นของที่นี่คือร้านค้าที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งผมคิดว่าเป็นจุดแข็งของหาดเชียงราย” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว
ก่อนหน้านี้นายวันชนะ ท้าวแก่นจันทร์ นายก อบต.รอบเวียง ให้สัมภาษณ์ว่า พื้นที่บริเวณหาดเชียงรายทั้งที่ดินของ อบต.รอบเวียงและเทศบาลนครเชียงใหม่ กำลังดำเนินโครงการพัฒนาเมืองใหม่ซึ่งดำเนินการโดยกรมโยธาธิการฯ(อ่านรายละเอียดใน https://transbordernews.in.th/home/?p=47064 )
———