Search

ลาวคุมเข้มสั่งระงับขุดแร่เหล็กเมืองวังเวียง -ล่องแจ้งหลังปล่อยน้ำเสีย-สั่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สื่อออนไลน์หลายแห่งของลาว รางานว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมากรมธรณีศาสตร์ และบ่อแร่ ได้มีหนังสือคำสั่งถึงผู้บริหารของบริษัทดาวจะเลิน มิเนอรัล โพรซสซิง จำกัด ระบุว่าจากการตรวจสอบในภาคสนามของคณะวิชาการ กรมธรณีศาสตร์ และบ่อแร่ ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าเมืองวังเวียงและฝ่ายปกครองท้องถิ่น เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า บริษัทฯได้ดำเนินการขุดค้นและปรุงแต่งแร่เหล็ก โดยไม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยแร่ธาตุ(ฉบับปรับปรุงปี 2017) และขัดกับระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทำให้แม่น้ำซองขุ่น ดังนั้นเพื่อให้เกิดการคุ้มครองทรัพยากรแร่ธาตุให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอย่างเข้มงวด กรมธรณีศาสตร์และบ่อแร่ จึงได้มีคำสั่งเพื่อให้บริษัทฯ ปฏิบัติดังนี้

1.ให้บริษัทยุติกิจกรรมการขุดค้นและปรุงแต่งแร่ธาตุและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหมืองแร่ จนกว่าจะมีการแจ้งและคำชี้ขาดจากทางรัฐบาล ในการจัดตั้งสำหรับโครงการขออนุญาตลงทุนใหม่

2. ให้บริษัท ต้องดำเนินการฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบ ให้กับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว โดยการเข้าร่วมติดตามของ สำนักงานอุตสาหกรรมและการค้า เมืองวังเวียง ร่วมกับสำนักงานอตุสาหกรรมและการค้า เมืองล่องแจ้ง แขวงไซสมบูน

3.ถ้าบริษัทยังฝ่าฝืนหรือยังดำเนินกิจการขุดแร่ต่อโดยไม่รับอนุญาติ จะถูกดำเนินคดีและปฏิบัติตามมาตรการกฎหมายว่าด้วยแร่ธาตุและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

4.กรมธรณีศาสตร์และบ่อแร่จะร่วมกับสำนักงานที่เกี่ยวข้อง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีเพื่อเชิญบริษัทมารับหนังสือกล่าวตักเตือนและดำเนินการปรับค่าเสียหายตามระเบียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจาก เหตุการณ์น้ำซองที่วังเวียง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของลาว เกิดสีน้ำขุ่นข้นอย่างหนักในช่วงเดือนมิถุนายน และประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุของการขุ่นข้นดังกล่าว นำไปสู่การตรวจสอบของหน่วยงานท้องถิ่น ขณะเดียวกัน การสั่งชะลอการขุดค้นบ่อแร่และปรุงแต่งแร่ครั้งนี้ เกิดจากการที่รัฐบาลลาวทำการตรวจสอบเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทั่วประเทศ

เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสั่งให้มีการตรวจสอบเหมืองต่าง การแปรรูปแร่ธาตุ และการค้าแร่ธาตุอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะต้องเผชิญโทษเช่น การเสียค่าปรับ การยึดทรัพย์สิน เพิกถอนใบอนุญาตและข้อหาอาชญากรรม การรณรงค์อย่างเข้มข้นครั้งนี้ ได้ส่งผลให้มีการจับกุมเพิ่มมากขึ้น เฉพาะเดือนมิถุนายน เจ้าหน้าที่แขวงหลวงพระบางได้กักตัวผู้ต้องสงสัยในเขตหลวงพระบางมากถึง 5 คดี และ 8 คดีในเมืองเซียงขวาง 7 คดีในเมืองไซสมบูน และ 3 คดีทีเป็นเหมืองทองคำ

ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 คน ที่สะหวันนะเขต และยึดเครื่องจักรขนาดใหญ่ รถยนต์และสารปรอดที่ใช้ในการทำเหมืองทองผิดกฎหมาย