สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงโรงแรม การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของรัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศว่า หอเจ้าฟ้าสี่ป้อ ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าจ่าแสง เจ้าฟ้าแห่งเมืองสี่ป้อองค์สุดท้าย ทางเหนือรัฐฉาน ประเทศพม่าได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็นอาคารมรดกที่มีอายุมากกว่า 100 ปี
ทั้งนี้หอเจ้าฟ้าสี่ป้อแห่งนี้ได้รับการบริจาคโดยทายาทของเจ้าจ่าแสงให้แก่คณะสงฆ์แห่งรัฐฉานเปิดทำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ในชื่อวิทยาลัยพุทธศาสนาสี่ป้อ โดยพระสงฆ์รายหนึ่งเปิดเผยว่า พื้นที่ 12.5 ไร่ของหอเจ้าฟ้าสี่ป้อแห่งนี้จะถูกอนุรักษ์ไว้ โดยอาคารจะถูกจัดไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่อาคารใหม่สำหรับวิทยาลัยจะถูกสร้างขึ้นแยกต่างหาก โดยนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาพุทธศาสนาขั้นสูงสามารถศึกษาต่อในวิทยาลัยแห่งใหม่นี้ได้
ขณะที่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า หอเจ้าฟ้าสี่ป้อจะยังคงเปิดให้ผู้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรม โดยมีกฎการอนุรักษ์ที่เข้มงวด รวมถึงการห้ามก่อสร้างภายในระยะ 36 เมตรจากโครงสร้างเดิม หอเจ้าฟ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2467 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลกจากนวนิยายเรื่อง Twilight Over Burma ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำของเจ้านางสุจั่นตี่ (อิงเง เซอร์เจน) มหาเทวีของเจ้าจ่าแสง โดยนวนิยายเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในภายหลัง ในปี 2515 เจ้าอูจ่า ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้าจ่าแสง ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหอเจ้าฟ้าแห่งนี้ และในปี 2539 ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์
ปัจจุบันหอเจ้าฟ้าสี่ป้อแห่งนี้จัดแสดงโบราณวัตถุ ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ และบันทึกต่างๆดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าความพยายามในการบูรณะยังคงมีจำกัด
อนึ่ง เจ้าเจ่าแสง เจ้าฟ้าเมืองสี่ป้อ ได้เดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยเหมืองแร่โคโรลาโดระหว่างปี ค.ศ. 1949-1953โดยเรียนจบด้านวิศกรรมเหมืองแร่ ระหว่างที่เรียนอยู่ที่สถาบันแห่งนี้ได้พบรักกับอิงเง เซอร์เจน นักเรียนทุนจากประเทศออสเตรีย และทั้งสองได้แต่งงานกันในปี ค.ศ. 1953 โดยที่อิงเง ไม่ทราบมาก่อนว่าคนรักคือเจ้าฟ้าแห่งรัฐฉาน จากนั้นจึงเดินทางกลับมายังรัฐฉาน โดยอิงเง เซอร์เจนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมหาเทวีในเวลาต่อมาในชื่อ เจ้าทุซานดี หรือเจ้าสุจั่นตี่ในภาษาไทใหญ่ แต่ประชาชนมักเรียกว่า “เจ้าแม่” ทั้งสองพระองค์ถือเป็นเจ้าฟ้านักพัฒนารุ่นใหม่หัวก้าวหน้าของรัฐฉานในช่วงเวลานั้น
ภาพยนตร์เรื่อง Twilight Over Burma สร้างมาจากหนังสือชื่อ Twilight Over Burma – My Life as a Shan Princess เขียนโดย อิงเง เซอร์เจน ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “สิ้นแสงฉาน” แปลและเรียบโดย มนันยา เป็นเรื่องราวที่เขียนมาจากเรื่องจริงของชีวิตอดีตมหาเทวีสุจันทรี หรืออิงเง เซอร์เจน มหาเทวีแห่งเมืองสีป้อ ชายาของเจ้าจ่าแสง เจ้าฟ้าองค์สุดท้ายแห่งเมืองสีป้อ ทางเหนือของรัฐฉาน
เจ้าฟ้าไทใหญ่ได้พบรักกับหญิงชาวออสเตรียที่สหรัฐฯ ระหว่างไปศึกษาด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ก่อนที่ทั้งคู่จะกลับมาปกครองเมืองสีป้อ แต่หลังนายพลเนวินยึดอำนาจในปี 2505 เจ้าจ่าแสงถูกจับตัวไป หายสาบสูญจนทุกวันนี้ จึงสิ้นสุดราชวงศ์เจ้าฟ้าสีปอ ขณะที่อิงเงได้พาธิดาทั้งสองคนออกจากพม่าและใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐฯ ซึ่งครอบครัวของเจ้าฟ้าเมืองอื่นๆ ก็มีชะตากรรมไม่แตกต่างจากเจ้าฟ้าเมืองสีป้อ ทั้งนี้ ในยุคอาณานิคมอังกฤษ รัฐฉาน แบ่งการปกครองออกเป็น 33 เขตโดยมีเจ้าฟ้า หรือเจ้าเมืองปกครอง 33 องค์ เช่น เมืองสีป้อ เมืองหยองห้วย เมืองแสนหวี เมืองเชียงตุง เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจุบันเมืองสีป้อตกอยู่ภายใต้การดูแล้วของรัฐบาลพม่าแล้ว ภายหลังจากปฎิบัติการ 1027 ถูกกองกำลังปะหล่อง TNLA(Ta’ang National Liberation Army-TNLA) ยึดครองเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 แต่ต่อมาได้ถูกรัฐบาลจีนกดดันให้คืนพื้นที่เมืองต่างๆให้กองทัพพม่า ซึ่ง 1 ในนั้นมีเมืองสีป้ออยูด้วย โดยรัฐบาลพม่าได้คืนเมืองสีป้อเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 อย่างไรก็ตามก่อนคืนเมืองทหารปะหล่องได้ทำลายสถานที่ราชการหลายแห่งทำให้เกิดภาคควันดำคละคลุ้งทั่วเมืองสีป้อ
———
