เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว Khit Thit Media รายงานว่า นายคิม อริส บุตรชายคนเล็กของดอว์อองซาน ซูจี ได้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มารดาของตนถูกกักขังนานกว่า 2,000 วันแล้ว และยังไม่ได้รับหลักฐานที่น่าเชื่อถือใดๆที่บ่งชี้ว่ายังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้กองทัพพม่าได้ควบคุมตัวนางอองซาน ซูจี ผู้นำสัญลักษณ์ประชาธิปไตยของพม่าและเป็นผู้นำของพรรคเอ็นแอลดีไว้นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยนางซูจีถูกจับกุมและกักขังอย่างผิดกฎหมาย
“ไม่เพียงแต่ไม่อนุญาตให้พบกับสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น ทางกองทัพพม่ายังตัดขาดนางซูจีกับโลกภายนอกเป็นเวลานานกว่า 2,000 วันแล้ว” บุตรชายของเธอกล่าว
นายคิม อริส กล่าวว่า รัฐบาล นักการทูต และทุกคนที่สามารถค้นหาความจริงเกี่ยวกับนางอองซาน ซูจี ในช่วงที่ขาดการติดต่อ ยังไม่ทราบว่า จนถึงขณะนี้นางซูจีอยู่ที่ไหน และไม่ทราบด้วยว่า สุขภาพและสถานการณ์ปัจจุบันของเธอเป็นอย่างไร และไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้โดยอิสระว่านางอองซาน ซูจี ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และเหตุใดกองทัพพม่าจึงปกปิดสถานการณ์ของมารดาวัย 81 ปีของตน และเหตุใดลูกชายจึงไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยโทรศัพท์กับมารดา
นายคิม อริส ระบุว่า “ความเงียบนี้ควรยุติลง” และขอให้กองทัพเปิดเผยข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ นางซูจี ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลานานด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมจากกองทัพพม่า หลังจากกองทัพได้ยึดอำนาจและทำการรัฐประหาร
อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัยยาดานาโบ่ง (Yadanabon University Student Union) ประกาศว่า นักศึกษาที่ออกมาประท้วง 8 คนในเมืองมัณฑะเลย์ รวมถึงผู้นำการประท้วงอย่างนายเท็ตเมียตอ่อง ถูกศาลภายใต้กองทัพพม่าตัดสินจำคุกคนละ 37 ปี โดยนายเท็ตเมียตอ่อง ถูกจับกุมในเดือนธันวาคม ปี 2568 หลังจากนำการประท้วงต่อต้านรัฐประหารบนท้องถนนในเมืองมัณฑะเลย์ โดยเขาถูกตั้งข้อหาหลายกระทงภายใต้กฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งและกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่ที่เข้มงวด เขาถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในแต่ละคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 3 คดี และอีก 7 ปีภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ส่วนผู้ประท้วงคนอื่นๆที่ถูกจับกุมในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก็ได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานานเช่นเดียวกับนายเท็ตเมียตอ่อง
ด้านสหภาพนักศึกษาประณามคำตัดสินดังกล่าวว่าเป็น การลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อเยาวชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพอย่างสันติ
