Search

KNU แฉกลับหลังถูกรัฐบาลพม่ากล่าวหาพัวพันผลประโยชน์จากแหล่งสแกมในเมียวดี-เผยรังเหล่าต้มตุ๋มหลอกลวงมากมายแต่สร้างภาพปราบเพียงแห่งเดียว-ระบุชัดBGF/DKBA ย้ายฐานอาชญากรรมจากชเวโก๊กโก่-เคเคปาร์คไปอยู่เจ๊าแคะ

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union: KNU) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหารเมียนมาได้เชื่อมโยงกองกำลังปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army–KNLA)  และ กองกำลังพิทักษ์ประชาชน ( People’s Defence Force: PDF)รับผลประโยชน์เพื่อให้ความคุ้มครองเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ (Scam Center) ในพื้นที่ เจ๊าแคะ (Kyauk Khat) อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

ในแถลงการณ์ของ KNU ระบุว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิงเพราะไม่มีมูลความจริง ขาดหลักฐานรองรับ และมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหาร แม้รัฐบาลทหารจะอ้างว่าปฏิบัติการในพื้นที่เจ๊าแคะเป็นการกวาดล้างเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ แต่ในความเป็นจริง การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการเข้าตรวจค้นสถานที่เพียงแห่งเดียว ขณะที่ยังมีศูนย์ปฏิบัติการของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์อีกหลายแห่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านผาลูเล (Phlu Lay) ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่เจ๊าแคะประมาณ 36 ไมล์ และยังไม่ได้ถูกดำเนินการอย่างจริงจัง

แถลงการณ์ระบุว่า จากข้อมูลภาคสนามของ KNU พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของ กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตย (DKBA) และตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นมา เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์จำนวนมากได้ย้ายฐานจากเมืองชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) และ KK Park เข้ามาตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ โดยพื้นที่เจ๊าแคะอยู่ภายใต้การควบคุมของ พลเอกซอว์ จ่อ หล่า ผู้นำ DKBA ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร ขณะที่ศูนย์หลอกลวงออนไลน์ชื่อ “Tai Chang” ในพื้นที่ดังกล่าว ยังเป็นเป้าหมายของการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ โดยมีการประกาศรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลอันนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

“KNU เห็นว่า รัฐบาลทหารจงใจใช้ชื่อพื้นที่เจ๊าแคะ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากประชาคมระหว่างประเทศ มาเชื่อมโยงกับ KNLA และ PDF เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมที่แท้จริง”แถลงการณ์ระบุ

 ในแถลงการณ์ของ KNU ได้อ้างความเห็นของ นาย ซอว์ บา อู เล นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตทนายความศาลฎีกาของKNU ว่า เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าองค์กรใดเป็นผู้เริ่มนำธุรกิจการพนันออนไลน์เข้ามาตั้งในรัฐกะเหรี่ยง และไม่ควรละเลยบทบาทของกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) รวมถึง พล.อ.หม่อง หม่อง โอ่น อดีตผู้บัญชาการกรมกำลังประชาชน โดย KNUไม่ใช่องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นหรือดำเนินงานบนพื้นฐานของธุรกิจการพนันหรือเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

แถลงการณ์ยังระบุว่า ทหาร DKBA และBGF ร่วมกันดำเนินการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในลักษณะเพียง “สร้างภาพ” โดยไม่ได้รื้อถอนโครงสร้างของเครือข่ายอาชญากรรมอย่างแท้จริง ส่งผลให้เครือข่ายดังกล่าวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งการบังคับซื้อหรือยึดครองที่ดิน การคุกคามความปลอดภัย และการทำลายวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ KNU จึงประกาศว่า จะดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ การพนันออนไลน์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในพื้นที่ภายใต้การบริหารของ KNU

“KNU เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมมือกับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และตรวจสอบข้อกล่าวอ้างหรือการดำเนินการของรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเป็นเพียงการสร้างภาพต่อประชาคมระหว่างประเทศ”แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยพม่า รายงานว่า รัฐบาลเมียนมาเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ จับกุมผู้ต้องสงสัย 777 คนในพื้นที่เมืองเมียวดีซึ่งนอกจากการระดมกำลังหน่วยงานภายในประเทศแล้ว ยังได้ประสานความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ในพื้นที่ เกาะกะทัด (Kyaukkhet) อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง มีการใช้สถานที่เป็นฐานดำเนินการหลอกลวงออนไลน์และการพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าปฏิบัติการด้านความมั่นคง

เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยพม่าระบุว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม สามารถเข้าตรวจค้นอาคารที่ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการ ประกอบด้วยอาคารชั้นเดียวมุงหลังคาสังกะสี จำนวน 7 หลัง อาคาร 3 ชั้นมุงหลังคาสังกะสี จำนวน 1 หลัง จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ที่กำลังปฏิบัติงานในเครือข่ายดังกล่าวได้รวม 777 คน ได้แก่ ชายชาวจีน 620 คน  หญิงชาวจีน 11 คน หญิงชาวไทย 3 คน ชายชาวเมียนมา 32 คน หญิงชาวเมียนมา 111 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เครื่องรับสัญญาณ Starlink จำนวน 1 ชุด คอมพิวเตอร์ 85 เครื่องโทรศัพท์มือถือ 183 เครื่อง

“ปฏิบัติการติดตามจับกุมเครือข่ายดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม โดยกองกำลังทหารได้จัดกำลังและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ เล่ก่อก่อ (Lay Kay Kaw) ก่อนขยายการปฏิบัติการด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ระหว่างการเคลื่อนกำลังในวันที่ 9, 12, 16, 21 และ 25 กรกฎาคม ได้เกิดการปะทะกับกองกำลัง KNLA และกลุ่ม PDF ซึ่งเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” และได้รับค่าตอบแทนเพื่อให้การคุ้มครองแก่เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ก่อนจะสามารถเข้าควบคุมพื้นที่และจับกุมผู้ต้องสงสัย รวมถึงยึดอาคารที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการได้”เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยพม่า ระบุ

———–