
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา บูชาปกรณ์กุศล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 31กรกฎาคม 2569 ตนได้ยื่นหนังสือให้คณะวุฒิสมาชิก(ส.ว.)ที่มาลงพื้นที่ในโครงการวุฒิสภาพพบประชาชนที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านเส้นทางคมนาคมของประชาชนตำบลเสาหิน
นายพัฒนากล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ตำบลเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน กำลังประสบความ เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในการสัญจรผ่านเส้นทางคมนาคมหลัก (สายอำเภอแม่สะเรียง – บ้านโพซอ – บ้านเสาหิน) ระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน เส้นทางดังกล่าวจะแปรสภาพเป็นดินโคลนหนาและมีปัญหาสไลด์ของหน้าดิน เพราะจำเป็นต้องเดินทางตัดผ่านลำห้วยตามธรรมชาติมากกว่า 40 แห่ง ส่งผลให้รถยนต์ทั่วไปไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ประชาชนต้องใช้เวลาในการเดินทางยาวนานข้ามวันข้ามคืน หรือถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ความยากลำบากของเส้นทางคมนาคมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง
นายอบต.เสาหินกล่าวว่า ความเดือดร้อนในด้านสาธารณสุขทำให้ผู้ป่วยวิกฤต หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลโรงพยาบาลอำเภอได้อย่างทันท่วงที ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง ส่วนด้านการศึกษาและการดำรงชีวิตนั้น ทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่และเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัย การขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐานทำได้ยากลำบาก และมีต้นทุนที่สูงขึ้นมาก ขณะที่ด้านการบริหารราชการและความมั่นคงนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดูแลทุกข์สุขและระงับเหตุฉุกเฉินให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างสะดวก
“ประชาชนในตำบลเสาหินบางหมู่บ้านยังไม่มีสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือและอินเตอร์เน็ต ทำให้การแจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติ น้ำป่าหลาก หรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วนเกิด และการรับทราบ ข่าวสารต่างๆ เกิดความล่าช้า ปัญหาสำคัญคือพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน และเขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน ทำให้ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์และเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิต และบรรเทาความเดือดร้อน อย่างเร่งด่วนขอความอนุเคราะห์จากท่าน พิจารณาสนับสนุนงบครองชีพ พัฒนา ปรับปรุง หรือจัดสรรเส้นทางคมนาคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่”นายพัฒนา กล่าว
ด้านนายสุภัค อมรไม่วจี ผู้ใหญ่บ้านขุนแม่สอง ตำบลเสาหิน อ.แม่สะเรียง ได้ยื่นหนังสือขอให้พิจารณาเปิดใช้เส้นทางใหม่ในการเดินทางสัญจร โดยระบุว่าชาวบ้านขุนแม่สอง บ้านห้วยกองเป๊าะ และหมู่บ้านใกล้เคียง ขอให้พิจารณาเปิดเส้นทางตัดใหม่จากด่านจุดสกัดขุนแม่สอง ไปยังบ้านห้วยกองเป๊าะ ซึ่งเส้นทางเก่าที่ชาวบ้านใช้สัญจรไปมา ต้องใช้รถยนต์ที่มีสมรรถภาพสูงขับคร่อมตามเส้นทางในลำห้วยแม่สุน้อย ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร จนสิ้นสุดทางลำห้วยแม่สุน้อย จากนั้นเป็นเส้นทางสันเขาสูงชันซึ่งเป็นทางดินที่บางจุดมีช่องทางแคบ รถไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร รวมระยะทางจากบ้านห้วยกองเป๊าะถึงบ้านขุนแม่สอง ทั้งหมด 17 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางช่วงฤดูร้อน 6 ชั่วโมง ส่วนในช่วงฤดูฝนเพิ่มอีก 3-4 ชั่วโมง
“ในช่วงฤดูฝน น้ำในลำห้วยแม่สุน้อยจะไหลเชี่ยวและระดับน้ำมีความสูง การขับรถในเส้นทางลำห้วยแม่สุน้อยอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งชีวิตและทรัพย์สินตลอดระยะการเดินทาง ในกรณีมีผู้ป่วยจะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอาจเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง สภาพเส้นทางเก่านี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง และ ยังเป็นเส้นทางที่มีเจ้าหน้าของรัฐ ต้องใช้ในการเดินทางสัญจรไปมา เพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ เช่น หมอเจ้าหน้าที่สาธรณสุข ครู ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจภูธร ทหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ ต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน”หนังสือร้องเรียนระบุ
ในหนังสือร้องเรียนของนายสุภัคระบุว่า ประชาชนบ้านขุนแม่สอง บ้านห้วยกองเป๊าะ และหมู่บ้านใกล้เคียง ได้ทำหนังสือไป ยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับขอเปิดใช้เส้นทางใหม่ จึงใคร่ขอให้พิจารณาดำเนินการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเปิดเส้นทางใหม่ใช้ในการสัญจรได้ตลอดทุกช่วงฤดูกาล
อนึ่ง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียงเป็นพื้นที่ชายแดนซึ่งชุมชนส่วนใหญ่อยู่มานานก่อนประกาศเขตอุทยานฯและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและลำห้วยในลุ่มน้ำสาละวิน อย่างไรก็ตามการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคต้องถูกจำกัดเนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทำให้ชุมชนต้องเผชิญความยากลำบากด้านสาธารณูปโภคโดยเฉพาะในฤดูฝน
———