Search

2 คนร้ายลาวบุกปล้นร้านทองในโลตัสเชียงของ-กวาดไป 184 บาทมูลค่า 13 ล้าน ซิ่งจยย.เช่าเผ่นข้ามโขงกลับประเทศ-เผยรู้ช่องทางอย่างดี

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผกก.สภ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัสเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวนพนักงานร้านทองและพนักงานห้างโลตัส รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน พร้อมอาวุธปืนคาดว่าเป็นขนาด 9 มม. ตามที่พบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายทั้งสองได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ด้านข้างห้างโลตัสทางฝั่งขวาของอาคาร ก่อนจะเดินเข้าทางประตู

ในกล้องวงจรปิดปรากฏภาพคนร้ายรายแรกที่สวมเสื้อสีแดง สวมฮู้ดและแว่นตาดำ กางเกงสีดำ มีหน้ากากอนามัยสีขาวดึงไว้ใต้คาง ส่วนรายที่สองสวมเสื้อสีดำด้านใน เสื้อคลุ่มแขนยาวสีครีมส่วนหมวกแคปสีดำ แว่นตาดำ สวมหน้ากากอนามัย ทั้งคู่ก้าวเข้ามาในร้านที่มีพนักงานชายและยามยืนอยู่หน้าร้าน โดยคนร้ายเสื้อแดงได้ชักปืนยิงขึ้นเพดานร้านเพื่อขู่ให้ทุกคนหลบไป และกระโดดข้ามตู้กระจกเข้าไปยังแผงโชว์ทองด้านหลังพนักงาน

ในขณะที่คนร้ายรายที่สวมเสื้อสีครีมได้ชักอาวุธปืนสั้นเล็งไปทางพนักงานชายและยามเพื่อกันไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของลูกค้าที่เดินเลือกซื้อสินค้าในห้าง โดยคนร้ายเสื้อสีแดงได้กวาดทองคำรูปพรรณจำนวนมากจากแผงโชว์ 5 แผง ขณะที่คนร้ายสวมเสื้อสีครีมได้เปิดกระเป๋าที่สะพายไว้รองรับทอง อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นพนักงานหญิงที่อยู่หลังตู้กระจกพยายามกระโดดหนี แต่ถูกคนร้ายเสื้อสีครีมใช้ปืนจี้ไว้ไม่ให้ออกไป

จากนั้นคนร้ายรายแรกจึงกระโดดออกจากหลังตู้กระจก โดยใช้เวลาปฏิบัติการภายในร้านเพียง 1 นาที ก่อนจะวิ่งออกจากร้านกลับไปทางเดิมที่เข้ามา โดยได้กระโดดถีบประตูห้างเนื่องจากประตูเปิดช้า แล้วทั้งคู่พากันวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียน 2กฐ 1084 เชียงราย ขับขี่มุ่งหน้าไปทางบริเวณพิพิธภัณฑ์ปลาบึกยักษ์สีทองซึ่งเป็นท่าน้ำริมแม่น้ำโขงที่ใกล้ที่สุดซึ่งห่างจากห้างโลตัสประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วนำรถจักรยานยนต์ไปซุกซ่อนไว้ในพงหญ้ารอบอาคารและริมน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามไปตรวจสอบแต่คาดว่าคนร้ายทั้งสองได้ลงเรือหลบหนีไปแล้ว

จากการสืบสวนทราบว่า รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถเช่า โดย พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบทราบว่ารถคันดังกล่าวเช่ามาจากสมาคมรถเรือท่าเรือบั๊ก ซึ่งคนร้ายเป็นชายสัญชาติลาวซึ่งพนักงานร้านทองให้การว่า คนร้ายทั้งสองคนพูดภาษาลาว โดยตอนเดินเข้ามาได้ถามว่า “มีเงินไหม” ส่วนอีกคนที่ใช้ปืนขู่ได้บอกว่า “อยู่ซื่อซื่อ”

สำหรับทองรูปพรรณที่ได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอ 64 บาท สร้อยข้อมือ 120 บาท รวม 184 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 13,036,400 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและรู้เส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตม. ทราบว่าผู้ก่อเหตุรายหนึ่งเพิ่งผ่านพิธีการเข้าเมืองมาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ในวันเดียวกันนี้ และกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝั่ง สปป.ลาว เพื่อให้ช่วยสกัดจับและล่าตัวคนร้ายทั้งสองคนซึ่งทราบที่อยู่และตัวตนแล้วมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่เจ้าของรถจักรยานยนต์ให้เช่า กล่าวว่า การให้เช่ารถจักรยานยนต์โดยไม่ได้ขอหลักฐานผู้เช่าไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนลาวที่ข้ามมา และด้วยความที่ทำมานานกว่า 30 ปี จึงไม่ได้เก็บหลักฐานไว้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเลย และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้น