Search

ชาวบ้าน 2 อำเภอยื่นหนังสือค้านโรงงานน้ำตาล/โรงไฟฟ้า อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ หลังมีกระแสข่าวจะจัดเวที ค. 2 จี้ข้าราชการทำตัวเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่หน้าอำเภอชำนิ จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านในนามกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิดในอำเภอชำนิ และอำเภอนางรอง ประมาณ 80 คน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายอำเภอชำนิ เพื่อคัดค้านและขอให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวันและโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะดำเนินการบริเวณพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ และขอให้นายอำเภอชำนิ ผู้นำฝ่ายปกครองในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายบริหารในพื้นที่นายก อบต. นายกเทศมนตรี สท. สอบต. วางตัวเป็นกลาง

นายสมพงษ์ สงกูล กรรมการกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด กล่าวว่า การมายื่นหนังสือถึงนายอำเภอชำนิ นายอำเภอนางรอง ในครั้งนี้ก็เนื่องจากว่าทางพี่น้องทราบข่าวว่าบริษัทที่ปรึกษาได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่กรรมการสิทธิภาคตะวันออกเฉียงเหนือมารับฟังข้อมูล ชาวบ้านจึงตั้งข้อสังเกตว่าจะมาจัดเวทีทำไมเนื่องจากเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อวันที่  31  มีนาคม  พ.ศ.2568 ณ หอประชุมอำเภอชำนิไม่มีความชอบธรรมในหลายด้าน

“การที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารมาก่อน ทั้งมีการกีดกันไม่ให้เข้าร่วมเวทีทั้งเวทีย่อยที่ผ่านมา แต่ทางกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิดก็ตามคัดค้านมาโดยตลอด เพราะว่าการที่โรงงานนำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวันและโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะมาดำเนินการก่อสร้างบริเวณพื้นที่บ้านหนองปล่อง ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์นั้น ตั้งแต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ทางพี่น้องก็ยืนยันว่าไม่เคยรับทราบข้อมูล ประกอบกับพื้นที่ตั้งไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นพื้นที่การเกษตรชาวบ้านปลูกข้าวเป็นหลัก และติดลำปะเทียที่ชาวบ้านหลายชุมชนได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค”นายสมพงษ์ กล่าว

ด้านนายชัยพร มะลิวัลย์ กรรมการกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด กล่าวว่า ในฐานะผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ข้างพี่น้องประชาชนรักบ้านเกิด รักสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์ มองว่าควรยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ได้แล้ว เนื่องจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่เคยรับทราบข้อมูลมาก่อนเลย ควรที่จะยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ก่อน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุหน่วยงานควรลงพื้นที่ศึกษาให้จริงจัง เกษตรกรปลูกข้าวเป็นหลัก มันไม่มีวัตถุดิบอ้อย และควรไปตั้งบริเวณพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อยเยอะ ๆ เพื่อลดต้นทุนของชาวไร่อ้อยในการขนส่ง  

“เราไม่สบายใจเลยที่ได้ข่าวว่าทางบริษัทที่ปรึกษาจะเดินหน้าจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ทั้ง ๆ ข้อมูลความเป็นจริงของบริบทพื้นที่ไม่เอื้อกับการจัดตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ดังนั้นการมายื่นหนังสือทั้งอำเภอชำนิ และอำเภอนางรอง ก็เพื่อยืนยันคัดค้านและให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวันและโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะดำเนินการบริเวณพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ และขอให้นายอำเภอชำนิ ผู้นำฝ่ายปกครองในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายบริหารในพื้นที่นายก อบต. นายกเทศมนตรี สท. สอบต. วางตัวเป็นกลางต่อเรื่องนี้

ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก คณะกรรมการประชาชนคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ภาคอีสาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเก็บข้อมูลในพื้นที่สะท้อนให้เห็นชัดถึงเหตุผลในการที่ทำไมพื้นที่นี้ถึงไม่เหมาะสมและไม่ต้องการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นประเด็นข้อมูลการมีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็น การรับรู้ข้อมูล และการตัดสินใจก่อนจะมีกระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ผ่านการชี้แจงของรัฐและบริษัทที่ปรึกษาฯ กรณีโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ในประเด็นด้านทรัพยากรและสุขภาพของชุมชนในเขตรัศมี 5 กิโลเมตร ตลอดจนผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เขตพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

นายสิริศักดิ์กล่าวว่า ได้สอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเขตรัศมี 5 กิโลเมตรจากที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีแผนในการสร้างในเขตพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 455 คน พบว่า  1.)ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 99.6 ไม่มีการรับรู้ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ของโครงการฯ ในพื้นที่ก่อนการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และร้อยละ 0.4 มีการรับรู้ข้อมูลการประชาสัมพันธ์ของโครงการฯ ในพื้นที่  2.)ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 99.8 ไม่เคยเข้าร่วมการประชาสัมพันธ์ของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ก่อนการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และอีกร้อยละ 0.2 นั้น ได้เคยเข้าร่วมการประชาสัมพันธ์ฯ

3.)สำหรับการมีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็น ก่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 99.6 กล่าวว่า ไม่มีการจัดเวทีหรือกิจกรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เลย ในขณะที่อีกร้อยละ 0.4 นั้น กล่าวว่า มีการจัดเวทีหรือกิจกรรมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 4.)การเข้าร่วมประชุมในเวทีหรือกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 พบว่า ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 99.8 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในเวทีหรือกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนการดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ในขณะที่อีกร้อยละ 0.2 นั้น เคยได้เข้าร่วมประชุมในเวทีหรือกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

 5.)ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 97.6 ไม่เคยมีการรับรู้ข้อมูลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่หอประชุมอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ในขณะที่อีกร้อยละ 2.4 นั้น ได้เคยรับรู้ข้อมูลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 6.)ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 99.6 ไม่เคยเข้าร่วมเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 ที่หอประชุมอำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เลย ในขณะที่มีประชาชนเพียงร้อยละ 0.4 เท่านั้นที่เคยเข้าร่วมเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 7.)เมื่อสอบถามถึงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวันและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ บริเวณพื้นที่บ้านหนองปล่อง ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในชุมชนเขตรัศมี 5 กิโลเมตรจากที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีแผนในการสร้างในเขตพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ทุกคนไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวันและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลขนาด 54 เมกะวัตต์ ดังนั้นการจะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ทางบริษัทที่ปรึกษาควรย้อนกลับไปคิดให้เยอะ ๆ และควรที่จะยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้ง 1 และแนวคิดการจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ออกไปก่อน ไม่ควรเอาเวทีมาก่อให้เกิดความขัดแย้งของคนในพื้นที่