Search

มช.ขับเคลื่อน “Young Citizen Science for Health” ผนึกกำลังชุมชน-เยาวชนเชียงราย เฝ้าระวังสารปนเปื้อนลุ่มน้ำกก-มุ่งสร้างโมเดลต้นแบบขยายผลทั่วพื้นที่เสี่ยง-เด็กนักเรียน/ครูร่วมเรียนรู้คึกคัก

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ผศ.ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีและผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยทีมนักวิจัยและนักศึกษา และ คณะเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้จัดเวิร์คช้อปโครงการ Young Citizen Science for Health หรือ ร่วมเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราและสิ่งแวดล้อมในการสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนในการเฝ้าระวังสารปนเปื้อนในแม่น้ำ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน ทั้งนักเรียนและเยาวชน จากโรงเรียนแม่ยาววิทยาคม โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 โรงเรียนบ้านฮ่องลี่ โรงเรียนแม่จัน รวมถึงประชาชนในพื้นที่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว และ บ้านฟาร์ม ต.ริมกก โดยมุ่งเน้นการปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำและผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมฝึกปฏิบัติจริง โดยนำนักเรียนและผู้สนใจฝึกการเก็บตัวอย่างน้ำ-ตัวอย่างดิน อย่างถูกวิธี การทดลองตรวจวัดคุณภาพน้ำด้วยชุดตรวจภาคสนาม ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นผ่านเว็บไซต์ WaterRoom เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องน้ำสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ผศ.ดร.ว่าน วิริยา กล่าวว่า เป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง (Citizen Science) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเยาวชน ชาวบ้าน และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์กรท้องถิ่นและชุมชนในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเป้าหมายระยะยาวคือการสร้างโมเดลจัดการลุ่มน้ำที่มีสารปนเปื้อน โครงการนี้ไม่เพียงแค่คณะวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังบูรณาการความรู้ร่วมกับคณะแพทย์ สาธารณสุข เศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์ เพื่อให้เกิดการจัดการที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และนโยบายสาธารณะ

“ทีมวิจัยมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเริ่มจากการสร้างเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงสูงเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำได้ทันท่วงที พร้อมแจกอุปกรณ์ให้ชุมชนสามารถตรวจวัดคุณภาพน้ำด้วยตนเอง เพื่อนำข้อมูลมาสื่อสารและจัดการร่วมกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ มีแผนจะขยายการดำเนินงานไปยังพื้นที่แม่อายและท่าตอน รวม 11 หมู่บ้านในเดือนกันยายนนี้ เป้าหมายขยายผลไปยังลุ่มน้ำสาย ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำสาละวิน และพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในอนาคต”ผศ.ว่าน กล่าว

ด.ญ.วิมลภา ชมพูอัด นักเรียนชั้น ม.2/1 โรงเรียนแม่ยาววิทยา ซึ่งพักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำกก ได้สะท้อนความกังวลว่า เนื่องจากในหมู่บ้านมีการทำเกษตรริมน้ำและผลผลิตส่วนหนึ่งนำมาจำหน่ายในชุมชน แม้จะมีการใช้น้ำประปาแล้ว แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงว่าหากน้ำในแม่น้ำมีสารปนเปื้อน อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวและคนในชุมชนได้

ขณะที่ อรอนงค์ สุวรรณจรรก ครูจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 ได้กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการให้เด็กเป็นเพียงผู้รับข้อมูล แต่ต้องการให้พวกเขาได้ลงมือสำรวจ เก็บตัวอย่าง และทำความเข้าใจปัญหาด้วยตัวเอง เพื่อนำความรู้กลับไปถ่ายทอดให้กับครอบครัวและชุมชนของตนเอง

ครูอรอนงค์กล่าวว่า แม้คนในพื้นที่ส่วนหนึ่งจะรับรู้ถึงปัญหาปนเปื้อนในแม่น้ำกกแล้ว แต่การหลีกเลี่ยงไม่ใช้แม่น้ำเลยนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะแม่น้ำยังคงเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต การเกษตร และกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยง แต่คือการสร้างองค์ความรู้ให้เด็กและครอบครัวรู้วิธีป้องกันตนเองและลดความเสี่ยงจากการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับแม่น้ำกกได้อย่างปลอดภัยและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด