
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงรายว่า สถานการณ์แม่น้ำโขงวิกฤตหนัก หลังฝนตกต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งในไทย ลาว และเมียนมา ส่งผลให้ระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ล่าสุดสถานีวัดน้ำหลายจุดเริ่มเข้าใกล้ระดับวิกฤต จนต้องเฝ้าระวังผลกระทบน้ำสาขาหนุนท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทั้งนี้เครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ระดับน้ำโขงระบุข้อมูลที่น่ากังวล โดยนายจิระศักดิ์ อินทะยศ จากกลุ่มรักษ์เชียงของ ซึ่งตรวจวัดระดับน้ำในทุกๆวันรายงานผลการตรวจวัดระดับน้ำที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในช่วงวันที่ 6-8 สิงหาคม 2569 พบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 2.45 เมตร โดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงของ ได้ติดตามสถานการณ์รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขง แจ้งทุกหน่วยงานเพื่อเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง หลังจากพบว่า เพิ่มขึ้นถึงระดับ 8.48 เมตร ที่อำเภอเชียงของ ซึ่งระดับเฝ้าระวังอยู่ที่ระดับ 8 เมตร โดยระดับตลิ่งจะอยู่ที่ 11 เมตร
ขณะที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม น้ำเริ่มสูงทำให้ท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา โดยท่วมบริเวณลานท่าเรือบ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงรายแล้ว ชาวบ้านต้องเริ่มเก็บพืชผักที่ปลูกริมแม่น้ำโขง และริมแม่น้ำอิง และยกของขึ้นที่สูงเพื่อเฝ้าระวังหากระดับน้ำยังสูงขึ้น และที่บ้านสำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี นายวินัย ร่มโพธิ์ และนางสอน จำปาดอก ได้ตรวจวัดระดับน้ำในช่วงวันที่ 1-8 สิงหาคม 2569 พบว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 6.24 เมตร ถือเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงที่สุดของปีนี้ และระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของปีนี้เช่นเดียวกัน โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง นครพนม มุกดาหาร และโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ที่น้ำเกือบจะถึงระดับตลิ่ง ประมาณ 2 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ในขณะนี้ระดับน้ำโขงจะยังไม่ล้นตลิ่งในภาพรวม แต่ความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้นจากการที่น้ำโขงหนุนสูงจนไปขวางทางระบายน้ำของลำน้ำสาขา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำได้ง่าย นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องฝนที่ยังคงตกหนักในลุ่มน้ำและการระบายน้ำจากเขื่อนในประเทศลาว เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนต้องจับตาและเตรียมรับมืออย่างใกล้ชิดตลอดสัปดาห์หน้า เมื่อตรวจสอบการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหงพบว่ามีการระบายน้ำสูงตั้งแต่วันที่ 6-9 สิงหาคม โดยในวันที่ 6 สิงหาคม ระบายน้ำ 2,890 ลบ./วินาที วันที่ 7 สิงหาคม ระบายน้ำ 2,900 ลบ.ม/วินาที วันที่ 8 สิงหาคม ระบายน้ำ 2,420 ลบ./วินาที โดยก่อนหน้าทั้งตั้งแต่วันที่ 2 – 5 สิงหาคม ระบายอยู่ในระดับ 1,680 – 1,950 ลบ.ม./วินาที