
สื่อท้องถิ่นมอญ Independent Mon News Agency รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 อ้างอิงจากภาคประชาสังคมท้องถิ่นองค์กร Dawei SEZ Watch ระบุว่า หลังทางการพม่าได้เข้ามาปฏิบัติการเคลียร์พื้นที่สำหรับสร้างโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ทางใต้ของประเทศ ล่าสุดส่งผลให้มีพลเรือนต้องเสียชีวิตแล้ว 6 ราย รวมถึงพระภิกษุและเด็ก 1 คนและประชาชนอีกหลายพันคนต้องพลัดถิ่น
ตามรายงานที่เผยแพร่ออกมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่า กองทัพพม่าได้สังหารพลเรือนจำนวน 6 ราย และจับกุมพลเรือนโดยพลการอีก 13 ราย ระหว่างการกวาดล้างในเดือนกรกฎาคมในพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ในเมืองเยบิ่ว การยกระดับความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคำสั่งเมื่อต้นเดือนมิถุนายนจากนายพลจ่อ สว่าลิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้ปฏิบัติการกวาดล้างในพื้นที่ เพื่อให้โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายสามารถกลับมาดำเนินการอีกครั้ง
มีรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีกำลังทหารพม่าประมาณ 1,000 นายเข้ามาในพื้นที่ โดยรุกคืบไปตามเส้นทางต่างๆ
“พวกเขาอ้างว่าปฏิบัติการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับโครงการ แต่ในความเป็นจริง พวกเขากำลังจับกุมและสังหารพลเรือน และเผาบ้านเรือน” เฮ ตู่ สมาชิกของ Dawei SEZ Watch กล่าว
“ประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่นเนื่องจากปฏิบัติการทางทหาร และวิถีชีวิตของชาวบ้านก็ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง” เขากล่าวเสริม เฮ ตู่ ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเคลื่อนกำลังทหาร ซึ่งรวมถึงการใช้พลเรือนเป็นโล่ห์มนุษย์ การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การวางเพลิงเป็นวงกว้าง และการปล้นทรัพย์สินส่วนตัว
มีรายงานด้วยว่าการโจมตีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านจากประมาณ 40 หมู่บ้านภายในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษทวายต้องหนีเอาชีวิตรอด แม้ว่าชาวบ้านหลายคนจะลี้ภัยไปในสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า แต่หลายหมู่บ้านยังคงถูกทหารพม่ารุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะเดียวกันแหล่งข่าวจากกองกำลังปฏิวัติท้องถิ่นรายหนึ่งเปิดเผยว่า กองกำลังของรัฐบาลทหารพม่าที่กำลังปฏิบัติการอยู่ใกล้หมู่บ้านเมียวฮอง ได้ยิงหรือจับกุมเยาวชนที่พบเจอตามท้องถนน
“พวกเขาเคลื่อนพลไปยังหมู่บ้านเมียวฮอง และยิงหรือจับกุมทุกคนที่พบเจอ ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และมีการส่งกำลังทหารเกือบ 1,000 นายไปประจำการรอบพื้นที่’หน่าบูเล’เพื่อปราบปรามชาวบ้านอีกด้วย”
องค์กร Dawei SEZ Watch สรุปว่า การผลักดันอย่างรุนแรงของรัฐบาลทหารเพื่อเริ่มต้นโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอีกครั้ง ได้ทำลายภูมิภาคนี้อย่างยับเยิน ทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงสิทธิมนุษยชนของชุมชนท้องถิ่นเลวร้ายลงอย่างมาก
ทั้งนี้ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายตั้งอยู่บนชายฝั่งอันดามัน ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2551 ระหว่างพม่าและไทย โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนพื้นที่ 196 ตารางกิโลเมตรในเมืองเยบิ่วให้เป็นเขตอุตสาหกรรมและการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แผนเดิมคือการสร้างท่าเรือน้ำลึก โรงงานเหล็ก โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานปิโตรเคมี รวมถึงทางหลวงพิเศษที่เชื่อมโครงการดังกล่าวกับจังหวัดกาญจนบุรีของไทย อย่างไรก็ตามโครงการนี้ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนื่องจากขาดเงินทุนและการถูกต่อต้านจากคนในท้องถิ่น จนกระทั่งหยุดชะงักอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางความขัดแย้งและสงครามหลังการรัฐประหารในปี 2564
ในช่วงต้นปี 2568 รัฐบาลทหารพม่าที่ถูกโดดเดี่ยวได้กลับมาฟื้นโครงการนี้อีกครั้งเพื่อรับการลงทุนจากรัสเซีย ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศ โดยรัฐบาลทหารพม่าพึ่งพารัสเซียมากขึ้นเรื่อยๆในด้านการจัดซื้ออาวุธและการฝึกอบรมทางทหาร และกำลังพยายามส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทูตด้วย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนของรัสเซียในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และต้นเดือนที่ผ่านมา นายหน่วยซอว์ รองประธานาธิบดีคนใหม่ของพม่า ได้นำคณะผู้แทนไปเยือนรัสเซีย ซึ่งเขาได้ทำข้อตกลงระหว่างบริษัท Launglon Economic Development ของพม่ากับบริษัทของรัฐบาลรัสเซียสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ทวาย