Search

เหมืองแรร์เอิร์ธต้นน้ำกก-สายในพื้นที่ทหารว้า-พม่าขยายตัวเพิ่มขึ้น-เผยคลิป/ภาพถ่ายให้กันชัดเจน-ตรงกับภาพถ่ายดาวเทียมของ Stimson Center

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทย-พม่าด้านจังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการขยายพื้นที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ท (rare earth elements) และแร่สำคัญ (critical minerals) ในพื้นที่ต้นแม่น้ำกก และแม่น้ำสาย ในหลายพื้นที่ในเขตรัฐฉานใต้ตามแนวชายแดนติดกับอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่จัน- อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยมีคลิปวิดีโอยืนยันการขุดหน้าดินบนยอดดอยเพื่อทำเหมืองแร่แร่ร์เอิร์ท ในลักษณะเหมืองแร่แบบ “การชะละลายในแหล่งกำเนิด” (in-situ leaching) บริเวณเมืองสาด จำนวนหลายแห่ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังแห่งสหรัฐว้า (United Wa State Army -UWSA)


ขณะเดียวกันชายแดนด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง ชาวบ้านในพื้นที่ได้ถ่ายภาพเหมืองแม่โจ๊กฝั่งพม่าซึ่งเป็นเหมืองทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นแม่น้ำสาย ภายใต้การดูแลของทหารพม่า ที่ขยายตัวกว้างออกไปเรื่อยๆ เหมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่ และได้การเปิดหน้าดินทำลายป่าเพิ่มขึ้นโดยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากพรมแดนไทย และบริเวณฝั่งไทยมีฐานทหารไทยอยู่ด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสารพิษและน้ำท่วมโคลนถล่ม


แหล่งข่าวกล่าวว่า การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่รัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน มีลักษณะเช่นเดียวกับในมณฑลทางใต้ของจีน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เทคนิค in-situ leaching ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในจีนตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เพื่อสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากชั้นดินที่มีแร่กระจายตัวอยู่ โดยเริ่มจากการเจาะรูลงไปในพื้นที่ที่มีแร่ จากนั้นฉีดสารละลายเกลือแอมโมเนียมหรือสารชะละลายชนิดอื่นลงไปในชั้นดิน เพื่อให้แร่แรร์เอิร์ธหลุดออกจากเนื้อดิน ก่อนสูบสารละลายที่มีแร่ขึ้นมาผ่านกระบวนการแยกและสกัดต่อไป วิธีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องขุดเปิดภูเขาหรือทำเหมืองเปิดขนาดใหญ่ จึงมีต้นทุนต่ำ ใช้แรงงานน้อย และสามารถผลิตแร่ได้ในปริมาณมาก ทำให้ขยายพื้นที่ทำเหมืองได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนักวิทยาศาสตร์และองค์กรสิ่งแวดล้อม เนื่องจากหากไม่มีระบบป้องกันและบำบัดที่ได้มาตรฐาน สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้งน้ำเสีย ดิน และตะกอนที่ปนเปื้อนโลหะหนัก อาจรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินได้ พื้นที่ป่าต้นน้ำจำนวนมากถูกเปิดหน้าดินเพื่อสร้างบ่อเก็บสารละลาย ถนน และลานกองแร่ ทำให้หน้าดินสูญเสียความสามารถในการยึดเกาะ เมื่อฝนตกหนัก น้ำจะชะล้างดินและตะกอนที่ปนเปื้อนลงสู่ลำห้วยและแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่าในช่วงฤดูฝน ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นจะพัดพาสารเคมี ตะกอน และโลหะหนักจากพื้นที่เหมืองลงสู่แม่น้ำในปริมาณมากขึ้น แม่น้ำจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเจือจางมลพิษ แต่กลับกลายเป็นเส้นทางลำเลียงสารพิษจากต้นน้ำไปยังพื้นที่ปลายน้ำหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งในกรณีนี้แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ล้วนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้มลพิษสามารถแพร่กระจายข้ามพรมแดนจากพม่ามาสู่ประเทศไทยและประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างได้รุนแรงยิ่งขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันมีข้อมูลการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของสถาบันคลังสมองสหรัฐ Stimson Center ยืนยันว่าพบการเปิดหน้าดินในลักษณะของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ททางทิศตะวันออกของเมืองสาดอย่างน้อย 2 เหมืองตั้งแต่เดือนเมษายนและมิถุนายนที่ผ่านมา