เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า กองกำลังเมืองลา NDAA (The National Democratic Alliance Army -NDAA) ได้เดินทางไปหารือสันติภาพกับคณะกรรมการเจรจาต่อรองเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งชาติ (The National Solidarity and Peacemaking Negotiation Committee – NSPNC) ของทางการพม่าที่กรุงเนปีดอว์เมื่อวานนี้ (10 สิงหาคม 2569) โดยทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันรักษาสันติภาพและให้ความร่วมมือกัน
สื่อพม่ารายงานว่า นายพล ‘หย่าเป้’ ตัวแทนของ NSPNC พร้อมคณะได้พบกับเจ้าเถ่งลืน ประธานของกองกำลังเมืองลา NDAA และคณะ การหารือนอกจากจะมุ่งเน้นไปในเรื่องเสถียรภาพในพื้นที่แล้ว ยังมีการหารือถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการบริการทางสังคม โดยทางกองกำลังเมืองลา NDAA ได้เสนอให้ทางการพม่าซ่อมแซมถนนเชื่อมเชียงตุง -เมืองลา และขยายโครงการด้านสุขภาพ การศึกษา และการเกษตรในเขตปกครองพิเศษรัฐฉานที่ 4 ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของกองกำลังเมืองลา โดยเจ้าเถ่งลืน ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการชี้แนะและการสนับสนุนจากหน่วยงานส่วนกลางของพม่า เพื่อพัฒนาในพื้นที่ของตนให้ดียิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของชุมชนชาติพันธุ์ในท้องถิ่น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกันก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่เมืองลา
กองกำลังเมืองลา NDAA ก่อตั้งโดยเจ้าจายลืน ซึ่งสื่อพม่าระบุว่า เป็นชาวจีนฮั่นที่เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์พม่าก่อนที่พรรคจะล่มสลายในปี 2532 อย่างไรก็ตามสื่อไทใหญ่บางสื่ออ้างว่า เจ้าจายลืนเป็นชาวไทใหญ่เกิดที่เมืองป๋างทราย เขตเมืองหมู่เจ้ โดยกองกำลังเมืองลาเป็น 1 ในกองกำลังติดอาวุธภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่เซ็นสัญญาหยุดยิงกับกองทัพพม่าในปี 2532 และกองทัพเมืองลา NDAA ได้ควบคุมเมืองลา ซึ่งมีชายแดนติดกับจีนนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยกองกำลังเมืองลาได้หยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่ามาหลายปี และทางกลุ่มยังมีอำนาจปกครองตนเองเกือบสมบูรณ์โดยอาศัยการค้าข้ามพรมแดนและการลงทุนจากจีน
เช่นเดียวกับพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA (Shan State Progress Party/Shan State Army) ซึ่งได้พบกับคณะเจรจาสันติภาพของทางการพม่าเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันถึงเสถียรภาพในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองในพม่าโดยวิธีการหารือเจรจา รวมไปถึงการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์
โดยทางพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองกำลังรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA ได้ระบุในที่ประชุมว่า ทางกลุ่มนั้นได้ยึดมั่นในหลักการปกครองตนเองมาโดยตลอด และได้ทำงานเพื่อสันติภาพ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างสหภาพที่แท้จริง นอกจากนี้ยังระบุว่า สันติภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างประเทศที่เป็นหนึ่งเดียว และการพัฒนาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีสันติภาพ
นอกจากนี้ ทาง SSPP/SSA ยังได้เรียกร้องให้มีการพัฒนาในท้องถิ่น และจัดการประชุมสันติภาพที่ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยยังเรียกร้องให้ทางการพม่าปล่อยสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต รวมถึงแก้ไขปัญหาการรุกล้ำข้ามแดนของกลุ่มติดอาวุธเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม แม้ทางรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกมินอ่องหล่ายจะเรียกให้กลุ่มติดอาวุธต่างๆมาหารือ อีกด้านหนึ่ง ยังคงโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศในเมืองทันด่วย ในรัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่ เป็นเหตุให้พลเรือนจำนวน 14 เสียชีวิต ในจำนวนนี้มีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ และ 9 ขวน รวมถึงผู้สูงอายุจำนวน 4 คน รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีพลเรือนอีก 11 คน ได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีครั้งนี้
ตามรายงานของกองกำลังอาระกัน AA (Arakan Army) ซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐอาระกัน รวมถึงเมืองทันด่วย ระบุว่า รัฐบาลทหารได้โจมตีเมืองทันด่วยย่างน้อย 6 ครั้งนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่สื่อท้องถิ่น Develop Media Group รายงานว่า กองทัพพม่ายังได้โจมตีหาดหง่าปาหลี่ หาดท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองทั่นด่วยเกือบทุกวัน ซึ่งหาดแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ
ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า การที่กองทัพพม่าจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนนั้น เป็นผลมาจากความไม่พอใจทางเศรษฐกิจและความสิ้นหวังทางยุทธศาสตร์ และเนื่องจากกองทัพพม่าได้มีการลงทุนเม็ดเงินจำนวนมากในเมืองทั่นด่วยและหาดหง่าปาหลี่ “เมื่อสูญเสียการควบคุม พวกเขาจึงใช้วิธีทำลายล้างทุกอย่าง ถ้าพวกเขาควบคุมไม่ได้ ก็ไม่มีใครควบคุมได้” นายอูโบ่เมียตทุน นักวิเคราะห์การเมืองชาวอาระกันกล่าว นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่า นายทหารระดับสูงของกองทัพพม่า รวมถึงมินอ่องหล่าย อาจมีผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวในธุรกิจโรงแรมในพื้นที่นี้
