
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ เปิดเผยถึงกรณีที่บริษัทร่วมทุนไทย-จีนเริ่มลงมือก่อสร้างเขื่อนปากแบง กั้นแม่น้ำโขงสายประธาน ณ เมืองปากแบง แขวงอุดมไซย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว ห่างจากชายแดนไทยบริเวณแก่งผาได อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพียงประมาณ 97 กิโลเมตร ว่าเขื่อนปากแบงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกลุ่มทุนกับอำนาจรัฐที่เป็นเผด็จการและใช้อำนาจจัดการทรัพยากรแบบเถื่อนๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มต้น ทุกองค์กรหรือคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาผลกระทบ ทั้งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC และ กรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (LMC) ล้วนเป็นเพียงตรายาง ที่อ้างว่าไม่มีอำนาจตัดสินใจ จึงเห็นว่าที่ตั้งขึ้นมาก็เพียงเพื่อรับรองโครงการภายใต้อำนาจทุนและรัฐเท่านั้น
“เขื่อนปากแบงเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างอำนาจรัฐและกลุ่มทุน โดยปราศจากการพิจารณาทางวิชาการและธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง เป็นเขื่อนที่อัปลักษณ์ที่สุด เลวกว่าเขื่อนอื่นๆ ที่มีการศึกษาเสียอีก เพราะชาวบ้านเรียกร้องและตั้งคำถามมาตลอด แต่กลับตอบไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว โครงสร้างอำนาจมันไม่เห็นหัวชาวบ้านเลย” นายนิวัฒน์ กล่าว
ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่าในช่วงแรกที่บริษัท ต้าถังลาว ที่มีบริษัทต้าถังจีนถือหุ้น ผู้บริหารบริษัทยังมีความพยายามลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชน หารือประเด็นข้ามพรมแดนและรับฟังข้อกังวลของชุมชน แต่เมื่อกลุ่มทุนไทยเข้ามามีบทบาทและร่วมถือหุ้น โครงการเขื่อนปากแบงกลับถูกผลักดันอย่างรวดเร็วจนได้เริ่มก่อสร้างแล้ว โดยไม่สนใจที่จะตอบคำถามกับชาวบ้านอีกต่อไป
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่าประชาชนต่างมีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ โดยการกักน้ำของเขื่อนจะทำให้น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทยลาว และลำน้ำสาขา ท่วมรุนแรงยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับที่เคยเกิดในปี 2567 แม่น้ำโขงบริเวณนี้จะกลายเป็น “อ่างเก็บน้ำพิษ” เนื่องจากปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในน้ำและตะกอนดินซึ่งมีอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์หน้าดิน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศแม่น้ำโขงที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนลุ่มน้ำโขง ที่ยังไม่มีคำตอบ ไม่มีทางออกใด ๆ ก็ไม่มีการทบทวนใดๆทั้งสิ้น
“นี่คือความอำมหิต เลือดเย็น ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าทำลายความมั่นคงทางอาหาร ทำลายชีวิตมนุษย์ แต่ก็ไม่สนใจ มีแค่มาทำกิจกรรม CSR เล็กๆ น้อยๆ แจกของให้บางชุมชนเพื่อกลบปัญหา พี่น้องที่อาศัยและทำมาหากินอยู่ริมโขง บ้านห้วยลึก บ้านปากอิง ฯลฯ อยากให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่า ที่เราต้องออกมาด่าว่าออกมาคัดค้านขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องตอบคำถามชาวบ้านไม่ได้เลยสักข้อเดียว” นายนิวัฒน์ กล่าว
ขณะที่นายมานพ มณีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่าโครงการเขื่อนปากแบง เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ มีระดับน้ำเท้อ เราจะอยู่ตรงนี้ที่บ้านปากอิงใต้ได้อีกหรือไม่ น้ำจะท่วมหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2567 น้ำท่วมสูงมาก แต่ถ้าเขื่อนปากแบงเสร็จจะท่วมมากกว่านั้นหรือไม่ โอกาสที่หมู่บ้านของเราจะกลายเป็นเกาะลอยทันที เพราะในช่วงที่น้ำท่วม ทั้งแม่น้ำอิง แม่น้ำโขง จะไหลแรง กระแสน้ำทะลุท้ายหมู่บ้านไปทางผาย่าม่อน บ้านปากอิงใต้ถูกตัดขาด ซึ่งหากสร้างเขื่อนเสร็จย่อมทำให้น้ำเท้อตลอดทั้งปี
“ขณะนี้ไม่ใช่แค่วิกฤติสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำ ที่เรากังวลเป็นอย่างมากและลำบากที่สุดแล้ว แต่เขาจะสร้างเขื่อนปากแบงจะมาซ้ำเติม เป็นปัญหาที่อยู่อาศัยและแหล่งรายได้ของชุมชนด้วย จะให้เราไปอยู่ตรงไหน อยู่อย่างไร” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว