Search

กองกำลังกะเหรี่ยงหลายกลุ่มจัดงานวันรำลึกวีรชนปีที่ 76 กันคึกคัก-ผู้นำ KNLA ยกวีรกรรมอดีตผู้นำ “บะอูจี”ปลุกจิตวิญญาณทหารหาญ ขณะที่ “ชิตตู”เปิดชเวโก๊กโก่ร่วมจัดพิธีกรรม

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ชายแดนรัฐกะเหรี่ยงตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน กองกำลังปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army–KNLA) ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) ได้จัดพิธีรำลึกวันวีรชนกะเหรี่ยง ปีที่ 76 ปี โดยพลเอกบอ จ่อ แฮ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด KNLA เป็นประธาน

พลเอกบอ จ่อ แฮ ได้อ่านสารถึงผู้นำองค์กรแห่งชาติกะเหรี่ยง ผู้บัญชาการ ผู้บังคับบัญชา นักรบ และพี่น้องประชาชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง เพราะในวันดังกล่าว ประธานซอ บะอูจี พร้อมด้วย พลจัตวาซอ แซเข่ และผู้นำอีกหลายคน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและประชาชน ถูกลอบโจมตีและเสียชีวิตในพื้นที่กะเหรี่ยง หลังจากพวกเขาปฏิเสธข้อเสนอและความพยายามในการประนีประนอมต่าง ๆ อย่างสิ้นเชิง หากยอมวางอาวุธและร่วมมือกับฝ่ายรัฐบาลพม่า ก็จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นวันที่ผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อการต่อสู้และการปลดปล่อยของชาวกะเหรี่ยงได้รับการยกย่องให้เป็นวันวีรชนชาวกะเหรี่ยง

พลเอกบอ จ่อ แฮ กล่าวว่า การให้เกียรติเช่นนี้มิได้หมายความว่าเรารำลึกถึงเพียงประธานซอ บะอูจีและสหายบางคนที่เสียชีวิตไปเท่านั้น แต่ยังเป็นการรำลึกและเป็นตัวแทนของบรรดาผู้นำ นักรบ และประชาชนที่ได้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศและชาติพันธุ์ของเราอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเราทุกคนก้มศีรษะและแสดงความเคารพต่อวีรชนทั้งหลายที่เสียชีวิตไปในพิธีวันวีรชน สิ่งที่จะปรากฏขึ้นในความทรงจำของเราคือ ชีวิต เลือด หยาดเหงื่อ และการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของบรรดาวีรชน ตลอดจนจิตวิญญาณแห่งความรักชาติและความรักประชาชน

“คำกล่าวสุดท้ายของประธานซอ บะอูจี ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ที่ การประชุมใหญ่ คือตราบใดที่คนกะเหรี่ยงยังไม่เดินเข้าย่างกุ้งเพื่อวางอาวุธ การปฏิวัติของคนกะเหรี่ยงจะไม่มีวันล่มสลาย ในทำนองเดียวกัน แนวทาง 3 ประการ ที่ประธานผู้ยิ่งใหญ่ได้คาดหมายไว้สำหรับการบรรลุความสำเร็จทางการเมืองของชาวกะเหรี่ยง คือ1. การมอบให้ด้วยเจตจำนงของตนเอง 2. การต่อสู้และเอาชนะด้วยกำลัง 3. การผลักดันให้เกิดขึ้นจากสถานการณ์และเงื่อนไขแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ”พลเอกบอ จ่อ แฮ กล่าว

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ KNLA กล่าวว่าในการปฏิวัติ พลังหลักคือประชาชน ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชน เราจะต้องทบทวนและประเมินจุดอ่อนและข้อผิดพลาดของตนเองอยู่เสมอ และแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องทันท่วงที โดยคำแนะนำ 4 ประการของประธานซอ บะอูจี ประกอบด้วย 1. จะต้องไม่ยอมแพ้ต่ออาวุธ 2.อาวุธของชาวกะเหรี่ยงต้องอยู่ในมือของชาวกะเหรี่ยง 3. จะต้องสร้างการยอมรับและการยืนยันสิทธิของรัฐกะเหรี่ยงให้สมบูรณ์ 4. ชาวกะเหรี่ยงจะต้องสร้างและพัฒนาความเป็นกะเหรี่ยงของตนเอง

“พวกเราทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จึงขอให้ทุกคนปฏิบัติตามและรับฟังคำสั่ง คำแนะนำของผู้นำที่มีหน้าที่รับผิดชอบในระดับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ยืนหยัดอย่างมั่นคงบนแนวทางและกระบวนการปฏิบัติงานที่ประธานซอ บะอูจี การปฏิวัติกะเหรี่ยงได้ดำเนินมาเป็นเวลา 77 ปี แล้ว ประชาชนยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือการปฏิวัติของพวกเราอยู่ ในฐานะผู้นำและสหายของการปฏิวัติกะเหรี่ยง พวกเราจะต้องศึกษาและเรียนรู้การเคลื่อนไหวของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น และทำความเข้าใจต่อการเคลื่อนไหวเหล่านั้นอย่างรอบคอบ”พลเอกบอ จ่อ แฮ กล่าว

ขณะที่สำนักข่าวกะเหรี่ยง Karen News รายงานว่า ในวันเดียวกันกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยง 3 กลุ่ม ได้แก่ กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Army- KNA) ซึ่งแยกตัวมาจากกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Karen Border Guard Force-Karen BGF), กองทัพกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย ((Democratic Karen Benevolent Army-DKBA) และ สภาสันติภาพกะเหรี่ยง (Karen Peace Council—PC) ต่างจัดงานวันรำลึกวีรชนกะเหรี่ยงเช่นเดีบงกัน

สำหรับ KNA นับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานวันวีรชนกะเหรี่ยงในชเวโก๊กโก หลังจากแยกตัวออกจาก BGF โดยภายในงานมีการจัดพิธีสวนสนามทางทหาร โดยพันเอกซอ ชิต ตู (Saw Chit Thu) ผู้นำคนสำคัญเป็นผู้นำ

ขณะเดียวกัน DKBA ได้จัดงานวันวีรชนกะเหรี่ยงขึ้นที่โส่งซีเหมี่ยน (Sone See Myaing) ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่ม โดยมี พลเอกซอ ส่วย วะ (Saw Shwe Wah) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ DKBA เป็นประธาน

ส่วน สภาสันติภาพกะเหรี่ยง (PC) ได้จัดงานวันวีรชนกะเหรี่ยงขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มในพื้นที่โท่ก่อโก (Htoh Ko Ko) ซึ่งจัดพิธีสวนสนามทางทหารเช่นเดียวกันโดยมีนางน่อ กะ ปอ ทู (Naw K’paw Htoo) รองประธานของกลุ่มเป็นประธาน