Search

นักวิจัยตรวจน้ำกกรายชั่วโมงพบค่าสารโลหะหนักผันแปรตามช่วงเวลา-ขณะที่ในคลองชลประทานแม่น้ำสายพบปนเปื้อนสูงลิ่ว-พด.ตรวจวิเคราะห์ดินพบสารหนูอื้อทั้งที่เกินมาตรฐานและต้องเฝ้าระวัง

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 แหล่งข่าวจากกรมพัฒนาที่ดิน(พด.)เปิดเผยว่า พด.ได้เก็บตัวอย่างดินในลุ่มแม่น้ำแม่สาย อ.แม่สาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำสาย เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ โดยตัวอย่างดินน้ำสาย 52 ตัวอย่าง ซึ่งผลตรวจพบว่า 10 ตัวอย่าง หรือ19.2% พบสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐาน(0-14.99 mg/kg ) ขณะที่ 22 ตัวอย่าง หรือ 42.3%พบสารหนูอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังเนื่องจากเกินเกณฑ์เฉลี่ยในดินปกติ(15-24.99 mg/kg) และ 20 ตัวอย่าง หรือ 38.5% พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน(มากกว่า 25mg/kg) โดยพื้นที่พบเกินมาตรฐานอยู่ที่ ต.แม่สาย และ ต.เกาะช้าง รวมทั้งที่ ต.เวียงในเขตอำเภอเชียงแสน โดยพื้นที่เกินค่ามาตรฐานพบการกตะจายตัวของสารหนู่ในระยะ 0-500 เมตรจากแม่น้ำสาย

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจดินบริเวณลุ่มแม่น้ำรวก 96 ตัวอย่าง ซึ่งพบว่า 25 ตัวอย่าง มีสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ 40 ตัวอย่างพบสารหนูในดินอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง และ 31 ตัวอย่างพบว่าเสี่ยงเนื่องจากพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

ขณะที่ผลตรวจดินในลุ่มแม่น้ำกกตั้งแต่ ต.ห้วยชมพู อ.เมือง จ.เชียงราย-ปลายน้ำที่บ้านสบกก อ.เชียงแสน ซึ่งเก็บตัวอย่างดิน 172 ตัวอย่าง พบว่าการปนเปื้อนสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐาน 65 ตัวอย่าง และเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง 89 ตัวอย่าง ส่วนอีก 18 ตัวอย่างเป็นพื้นที่เสี่ยงคือมีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ผลการตรวจดินในครั้งนี้ พด.ไม่ได้นำออกเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบโดยให้เหตุผลว่าผลการตรวจครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์สารหนูรวม ทั้งในรูปอินทรีย์และอนินทรีย์ จึงไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะเป็นอันตรายต่อคน เนื่องจากสารหนูที่เป็นอันตรายต่อคนจะอยู่ในรูปของอนินทรีย์ ดังนั้นควรมีการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการซ้ำอีกครั้งเพื่อแยกสารหนูอินทรีย์และอนินทรีย์ อย่างไรก็ตามผ่านไปแล้วหลายเดือน พด.ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าใดๆว่าเป็นสารหนูประเภทไหน ทำให้หลายฝ่ายรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากยังไม่มีการแจ้งเตือนหรือมีมาตรฐานใดๆของภาครัฐออกมาอธิบายกับเกษตรกร ขณะที่ในหลายพื้นที่ตรวจพบสารโลหะหนักในพืชผักผลไม้เกินค่ามาตรฐาน

ด้าน ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้วางแผนการเก็บตัวอย่างน้ำรายชั่วโมง ณ หาดเชียงราย ต.ริมกก อ.เมือง ตั้งแต่เดือนมิถุนายนซึ่งพบว่าค่าสารหนู (As) มีความผันแปรตามช่วงเวลาอย่างชัดเจน โดยผลการตรวจวัดมีรายละเอียด คือ วันที่ 13 มิถุนายน ค่าต่ำสุด 0.0163 mg/L เวลา 14:00 น. และสูงสุด 0.0472 mg/L เวลา 16:00 น. และวันที่ 14 มิถุนายน ค่าต่ำสุด 0.0212 mg/L เวลา 13:00 น. และสูงสุด 0.0486 mg/L เวลา 06:00 น. นอกจากนี้ ในจุดอื่นยังพบความเข้มข้นที่แตกต่างกัน โดยบริเวณสะพานแม่ฟ้าหลวงพบค่าสูงถึง 0.1929 mg/L ขณะที่ในจุดคลองจากแม่น้ำสายพบค่าสูงถึง 0.3750 mg/L ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณ 37 เท่า

ผศ.ดร. ว่าน กล่าวว่า ข้อมูลรายชั่วโมงผลการตรวจนี้ช่วยในการวางแผนเฝ้าระวังได้ คือ การเฝ้าระวังตามช่วงเวลา เนื่องจากสารหนูมีช่วงที่พุ่งสูง การสุ่มเก็บตัวอย่างเพียงเวลาเดียวอาจทำให้พลาดช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด การนำน้ำไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากค่าสารหนูอาจไม่เกินมาตรฐานตลอด 24 ชั่วโมงและมีความเข้มข้นสูงในบางช่วง การสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกหรือนำน้ำดิบไปอุปโภคบริโภคโดยตรง จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการสะสมของโลหะหนักในห่วงโซ่อาหารและร่างกาย หากสูบหรือเปิดน้ำเข้าพื้นที่เกษตรในช่วงสารโลหะหนักปนเปื้อนสูงก็อันตราย

“ถ้ามีการตรวจเรียลไทม์ จะรู้ว่าช่วงไหนควรงดใช้น้ำดิบโดยเด็ดขาดเป็นการป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ดังนั้น การเก็บตัวอย่างน้ำเดือนละครั้งและในเวลาเดียวของกรมควบคุมมลพิษ จึงไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำ”ผศ.ดร.ว่าน กล่าว

ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมฯกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ตรวจน้ำผิวดินแม่น้ำสายในคลองชลประทาน ต.แม่สายมิตรภาพ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยเริ่มจากใช้ชุดตรวจภาคสนาม(เทสต์คิต) พบสารปนเปื้อนประมาณ 0.1 mg/L แต่เมื่อส่งตรวจห้องปฏิบัติการ 2 ครั้ง พบค่าสารหนูสูงถึง 0.3625 และ 0.3750 mg/L เกินมาตรฐานน้ำดื่ม 36-37 เท่า และยังพบโลหะหนักชนิดอื่นปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว (0.292 mg/L) เกินมาตรฐาน 29.2 เท่า , ปรอท (0.0072 mg/L) เกินมาตรฐาน 7.2 เท่า ,โครเมียม (0.2121 mg/L) เกินมาตรฐาน 4.2 เท่า , แมงกานีส (1.2641 mg/L) เกินมาตรฐาน 2.5 – 4.2 เท่า

ผศ.ดร. ว่านสรุปว่า ผลตรวจนี้สะท้อนว่าจำเป็นต้องมีการจัดการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะรับมืออย่างไรกับการปนเปื้อนสะสม และป้องกันไม่ใช้น้ำในห้วงเวลาปนเปื้อนสูง โดยต้องเน้นการตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการ และออกแบบการเก็บข้อมูลให้ครอบคลุม โจทย์ที่ต้องการหาคำตอบ โดยเฉพาะการตรวจเรียลไทม์ การตั้งสถานีตรวจที่แม่นยำ มีประสิทธิผล เพื่อนำไปสู่แผนการเฝ้าระวัง เช่น การบริหารจัดการใช้ประโยชน์น้ำอุปโภคบริโภค น้ำใช้ในพื้นที่เกษตรที่ต้องกรอง หรือการเลือกที่จะเปิดปิดน้ำเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุการจัดการรับมือสถานการณ์ที่เผชิญอยู่จึงจำเป็น และต้องการการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพต่อไป