เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เพจ“ประกาศ”สื่อออนไลน์ในลาวรายงานจากเวียงจันทน์ว่า รัฐบาลลาวสำรวจแหล่งแร่แรร์เอิร์ธแล้วเสร็จ 2 พื้นที่ และเดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับจีน โดยรัฐบาลลาวได้ดำเนินการสำรวจภาคสนามและกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพในการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ชายแดนแขวงบอลิคำไซ-คำม่วน และพื้นที่แขวงเซกอง-อัตตะปือ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านแร่แรร์เอิร์ธระยะ 10 ปีกับกลุ่มบริษัทของจีน
เพจสื่อลาวระบุว่าเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นาย สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า โดยมีนาย มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงาน ให้การต้อนรับ
ระหว่างการประชุม ดร.จันสะแหวง บุญยง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า รายงานว่า สถาบันอุตสาหกรรม การค้า และพลังงาน ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์นโยบาย การตรวจวิเคราะห์แร่ของประเทศ และการพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรแร่ นอกจากนี้ ยังได้รายงานความคืบหน้าของโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านแร่แรร์เอิร์ธระยะเวลา 10 ปี ระหว่าง สปป.ลาว กับกลุ่มบริษัทแร่แรร์เอิร์ธของจีน โดยระบุว่า ในปี 2566 ได้จัดตั้งและเปิดใช้ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์แร่แรร์เอิร์ธที่บ้านดงหมากคาย นครหลวงเวียงจันทน์
สื่อลาวระบุว่า รัฐบาลลาวยอมรับว่ายังมีอุปสรรคหลายประการ อาทิ การจัดทำยุทธศาสตร์และมาตรฐานการสำรวจที่ยังล่าช้า การขาดหลักสูตรพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ของลาวกับฝ่ายจีนที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัญหาด้านการประสานงา เพื่อผลักดันความร่วมมือดังกล่าว
รัฐบาลลาวได้เสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.ยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการแร่ โดยขอความร่วมมือจากนานาชาติในการพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ให้ได้มาตรฐานสากล หรือมาตรฐานการรับรองของจีน (CNAS) 2.เร่งรัดความร่วมมือระดับสูงกับจีน เพื่อผลักดันการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน และเร่งดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และ 3.ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน
สื่อลาวระบุว่าการประกาศความคืบหน้าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลลาวกำลังเร่งพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธ และเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมแร่แรร์เอิร์ธของโลก ทั้งในด้านการสำรวจ การวิเคราะห์ และการพัฒนาโครงการในอนาคต
ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวของสื่อลาว มีชาวเน็ตลาวมากดไลค์และแชร์จำนวนมาก รวมทั้งคอมเมนต์ เช่น นายกฯ สอนไซ สีพันดอน ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการผลักดันโครงการเหมืองแร่มาก แต่ควรลงพื้นที่ไปดูความเดือดร้อนของประชาชนจากน้ำท่วม ถนนที่เสียหาย และปัญหาอื่น ๆ ด้วย เรื่องเหล่านี้สามารถมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบและมารายงานที่ทำงานภายหลังได้, ในเมื่อแร่หายากเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าของประเทศ แล้วทำไมถึงเร่งสำรวจและขุดกันจนแทบไม่เหลือเลย ไม่คิดจะจำกัดหรือชะลอการทำเหมืองบ้างหรือ ถ้าเป็นแบบนี้ อนาคตลูกหลานก็คงเหลือแต่ซากทรัพยากรให้ดูต่างหน้า, ทุกวันนี้มีแต่ขายทรัพยากรของชาติ ทั้งแร่ธาตุและสมบัติของแผ่นดิน… ชมเชยๆ น่าปรบมือให้จริง ๆ
