เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy อ้างอิงจากกองกำลังอาระกัน (Arakan Army – AA) ว่า เครื่องบินรบของกองทัพพม่ายังคงทิ้งระเบิดเมืองทันด่วย รัฐยะไข่ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมาได้ทิ้งระเบิดจำนวน 2 ครั้ง ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป 2 คน และพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน
สื่อพม่ารายงานว่า การโจมตีทางอากาศครั้งแรกมุ่งเป้าไปที่เมืองทันด่วยเมื่อเวลาประมาณ 06.40 น. ทำให้นายอูมินหน่อง อายุ 50 ปี และเด็กสาวชื่อมะโฉ่นเล ฉ่วยหยี่ วัย 14 ปี เสียชีวิต นอกจากนี้ ชาวบ้านอีก 3 คน รวมถึงเด็กอายุ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้ บ้านเรือนและอาคารโดยรอบอย่างน้อย 7 หลังถูกทำลายหรือเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี และไม่กี่นาทีต่อมา กองทัพพม่าได้ทำการโจมตีทางอากาศอีกครั้งที่หมู่บ้านหม่องฉ่วยเลย์ ในเมืองทันด่วยเช่นเดียวกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน
ทั้งนี้ กองทัพพม่าได้ทำการโจมตีทางอากาศในรัฐยะไข่หรือรัฐอาระกันเกือบทุกวัน เฉพาะระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคมถึง 16 สิงหาคม การโจมตีลักษณะนี้ทำให้พลเรือนเสียชีวิตเกือบ 40 คน และบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่กองกำลังอาระกัน AA สามารถยึดครอง 14 จาก 17 เมืองในรัฐยะไข่ได้แล้ว โดยรัฐบาลควบคุมได้เพียงเมืองชิ่ตต่วย เมืองเจ้าก์ผิ่วและเมืองหม่าหน่าว
ด้านองค์กร Tamar Institute of Development รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าในเขตมะโกยได้สร้างสถิติใหม่ โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้โจมตีในพื้นที่นี้มากกว่า 300 ครั้ง โดยกลุ่มดังกล่าวได้บันทึกการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่าจำนวน 317 ครั้ง ใน 12 เมืองของเขตมะโกยเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยโดรนและพาราโมเตอร์ การโจมตีเหล่านี้คิดเป็นมากกว่า 71 เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีทางอากาศทั้งหมด 444 ครั้งที่เกิดขึ้นในเขตมะโกยตั้งแต่ต้นปี 2567
องค์กร Tamar Institute of Development ระบุด้วยว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินและทางอากาศของรัฐบาลทหารพม่าในเดือนกรกฎาคมนั้น ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 40 คน และพลัดถิ่นกว่า 50,000 คน ขณะที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 560 หลัง โดยเมืองหม่าย บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิระวดีได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีการโจมตีทางอากาศ 176 ครั้ง และพลเรือนเสียชีวิต 21 คน ทั้งนี้กองทัพพม่าได้เพิ่มปฏิบัติการโจมตีในเขตมะโกยเมื่อต้นปีนี้ โดยเฉพาะในเมืองที่ติดกับรัฐชินและรัฐยะไข่
ด้านสำนักข่าว DVB รายงานว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 3 คน รวมถึงเด็กอายุ 6 ขวบเสียชีวิต และผู้ป่วยในโรงพยาบาลอีก 15 คนได้รับบาดเจ็บ หลังจากกองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศ 10 ครั้งในหมู่บ้านขิ่นปาน เมืองปิ่นเลบู เขตสะกาย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่สถานพยาบาลที่บริหารโดยรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)
ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากทีมค้นหาและทีมกู้ภัยยังคงดำเนินการเคลียร์ซากปรักหักพังจากอาคารเรียนที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงพยาบาลซึ่งถูกทำลายจากการทิ้งระเบิด ทั้งนี้เมืองปิ่นเลบู ตั้งอยู่ห่างจากเมืองมงหย่า เมืองหลวงของเขตสะกายไปทางเหนือ 305 กิโลเมตร โดยเมืองนี้ถูกกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ยึดครองในเดือนตุลาคม 2567 และอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาล NUG มาเกือบสองปีแล้ว
ขณะที่มูลนิธิสิทธิมนุษยชนแห่งมอนแลนด์ (Human Rights Foundation of Monland – HURFOM) ได้รายงานว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้สังหารสตรีและเด็กจำนวน 32 คน และบาดเจ็บอีก 84 คน ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าคือในรัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยงและเขตตะนาวศรี โดยในช่วง 6 เดือนดังกล่าว กองทัพพม่าได้ทำการโจมตีทางอากาศ 19 ครั้ง และระดมยิงด้วยปืนใหญ่ 43 ครั้ง โดยมุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน
HURFOM ตั้งข้อสังเกตว่าการโจมตีอย่างต่อเนื่อง บังคับให้ประชาชนหลายพันคนต้องหนีออกจากบ้าน โดยผู้หญิงต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความยากลำบากที่เพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ ตามข้อมูลของ HURFOM ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ในปี 2564 ปฏิบัติการโจมตีของกองทัพพม่าในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า ได้สังหารเด็กไปแล้วอย่างน้อย 99 คน และบาดเจ็บอีก 228 คน ขณะที่ผู้หญิง 277 คน ถูกสังหารและบาดเจ็บอีก 628 ราย
