Search

ฮิวแมนไรท์วอทร์เรียกร้องไทยยุติการส่งตัว 26 ชาวกะเหรี่ยงป่าเด็งสู่ฝั่งพม่าหวั่นตกอยู่ในอันตราย-ชี้ละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ-จี้เร่งแก้สิทธิในที่ดิน/ยุติบังคับโยกย้ายชุมชนก่อนคณะมนตรีจะทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเดือน พย.

ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch: HRW)ได้เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยเรียกร้องทางการไทยให้ยุติแผนการส่งตัวชาวบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยง 26 คนกลับประเทศพม่าโดยทันที และปล่อยตัวพวกเขาจากสถานกักตัวคนต่างด้าว ตามแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่ว่า การควบคุมตัวชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของไทย สนธิกำลังเข้าตรวจค้นหมู่บ้านป่าเด็ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เจ้าหน้าที่จับกุมชาวบ้านในเบื้องต้น 28 คน ซึ่งไม่มีเอกสารรับรองสัญชาติไทย ในจำนวนนี้มีเด็ก 8 คน และหญิงตั้งครรภ์ 2 คน ต่อมามีผู้ได้รับการปล่อยตัว 2 คน หลังตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลอยู่ในทะเบียนท้องถิ่น ส่วนชาวบ้านอีก 26 คนถูกส่งตัวไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวสวนพลู กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินคดีและเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า นักสิทธิมนุษยชนเตือนว่า หากชาวบ้านเหล่านี้ถูกส่งกลับไปยังพม่า พวกเขาอาจเผชิญความเสี่ยงจากความรุนแรงในวงกว้าง การบังคับเกณฑ์ทหาร และการประหัตประหารภายใต้ระบอบทหารพม่า ขณะที่ผู้นำชุมชนบ้านป่าเด็งระบุว่า ชาวบ้านอีกอย่างน้อย 10 คนยังไม่ทราบชะตากรรม หลังถูกส่งตัวกลับพม่าเมื่อต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา

“การส่งตัวชาวบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลับพม่าจะทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง ทางการไทยควรทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงผืนดินบรรพบุรุษซึ่งเป็นฐานในการดำรงชีวิตของพวกเขา” อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว

องค์กรสิทธิมนุษยชนย้ำว่า หากไทยดำเนินการส่งตัวชาวบ้านกลุ่มนี้กลับพม่า จะเป็นการละเมิดพันธกรณีของไทยทั้งภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศ ภายใต้กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามหลักการไม่ผลักดันกลับ (non-refoulement) ซึ่งห้ามส่งบุคคลกลับไปยังดินแดนที่บุคคลนั้นมีความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน ประหัตประหาร หรือเผชิญอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต

นอกจากนี้การส่งตัวกลับยังอาจขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment) สำหรับกฎหมายภายในประเทศ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายของไทย กำหนดห้ามมิให้ส่งบุคคลกลับไปยังสถานที่ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะตกอยู่ในอันตรายจากการถูกทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี หรือการถูกกระทำให้สูญหาย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะมีการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แม้ชาวกะเหรี่ยงหลายแสนคนจะได้รับบัตรประจำตัวบุคคลบนพื้นที่สูงหรือเอกสารรับรองสถานะจากทางการไทย แต่ชาวบ้านที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่งยังไม่มีเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอุปสรรคด้านกระบวนการราชการและการเดินทางข้ามพรมแดนที่เกิดขึ้นเป็นประจำ“องค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินและยุติการบังคับโยกย้ายชุมชน ก่อนที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจะทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดในเดือนพฤศจิกายนนี้”HRW ระบุ

“องค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินและยุติการบังคับโยกย้ายชุมชน ก่อนที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติจะทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดในเดือนพฤศจิกายนนี้”HRW ระบุ