
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คำอิ่ง หญิงชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ด้วยวีซ่าประเภทเยี่ยมเยียนเผยกับสำนักข่าวชายขอบว่า หนังสือเดินทางของเธอจะหมดอายุในไม่กี่เดือนนี้แล้ว หากทางการพม่าในเนปีดอว์ไม่อนุมัติต่อหนังสือเดินทางให้ อาจจะต้องเดินทางกลับเมืองตองจี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของเธอ และจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งหากเดินทางกลับพม่า ยังไม่แน่ชัดว่า เธอจะสามารถเดินทางกลับออกมาได้หรือไม่ เนื่องจากทางการพม่าเข้มงวดพลเรือนชาวพม่าที่จะเดินทางออกจากประเทศ
ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Mizzima รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกลุ่มนายหน้าทำหนังสือเดินทางว่า สถานทูตพม่าในกรุงเทพฯได้ระงับการเปลี่ยนและการต่ออายุหนังสือเดินทางเล่มใหม่สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางประเภทเยี่ยมเยือน (PV) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นี้เป็นต้นไป
“เริ่มแล้ววันนี้ พวกเขาไม่ดำเนินการใดๆอีกต่อไปแล้ว จะมีประกาศแจ้งให้ทราบ และมีข่าวออกมาเต็มเฟสบุ๊กไปหมด” นายหน้ารับทำหนังสือเดินทางพม่ารายหนึ่งที่อยู่ใกล้สถานทูตพม่าในกรุงเทพฯกล่าว
มีรายงานว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางประเภทเยี่ยมเยือน (PV)ในประเทศไทยที่หนังสือเดินทางหมดอายุและต้องการเปลี่ยนเป็นหนังสือเดินทางประเภททำงาน (PJ) หรือต้องการเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จะต้องยื่นคำขอและได้รับอนุมัติจากทางการพม่าในกรุงเนปีดอว์ผ่านทางสถานทูตเสียก่อน และจะได้รับหนังสือเดินทางเล่มใหม่ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วเท่านั้น การเข้มงวดและข้อกำหนดเพื่อการตรวจสอบมีขึ้นอย่างกะทันหันของรัฐบาลพล.อ.มินอ่องหล่าย ทำให้เกิดความกังวลในหมู่แรงงานและนักเรียนชาวพม่าที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยหนังสือเดินทางประเภท PV และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน (Non-B) หรือวีซ่านักเรียน (Non-ED) เพื่ออยู่อาศัย ทำงาน หรือศึกษาในประเทศอย่างถูกกฎหมาย
ด้านโก่หม่อง ชาวพม่าอีกรายหนึ่งกล่าวว่า รู้สึกกังวลเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับคนพม่าคนอื่นๆที่อยู่ในต่างประเทศ
“ถ้าหนังสือเดินทางอายุมากกว่า 6 เดือน ทางสถานทูตพม่าก็ไม่ยอมต่อให้ และการรออนุมัติจากทางการเนปีดอว์ก็อาจใช้เวลาถึง 2 เดือน ซึ่งทางการพม่าจะประกาศในเฟสบุ๊ค ผมเชื่อว่าทางการพม่าต้องการตรวจสอบประชาชนที่อยู่ในต่างประเทศ หากใครที่เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านกองทัพพม่า หรือเข้าร่วมกับ CDM อาจตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และในอนาคตพวกคนกลุ่มนี้ อาจจะเลือกที่จะอยู่แบบผิดกฏหมายในไทย เพราะหากเดินทางกลับพม่าก็อาจจะถูกจับ” โก่หม่องกล่าว
ขณะที่สถานทูตพม่าในกรุงเทพฯยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเหล่านี้ โดยการเข้มงวดเกี่ยวกับการต่ออายุหนังสือเดินทาง PV นี้เกิดขึ้นเพียง 11 วัน หลังจากที่ผู้นำคณะรัฐบาลพลเอกมินอ่องหล่าย ได้เดินทางเยือนสถานทูตพม่าในกรุงเทพฯ ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
Mizzima ยังรายงานว่า รัฐบาลทหารพม่ายังได้ตัดสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในหลายเขตของเมืองย่างกุ้งระหว่างการรำลึกวันวีรชนเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม และยังคงปิดกั้นโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ลงทะเบียนทั่วประเทศ ทางด้านสถานีรับสัญญาณ Starlink ทั่วรัฐกะเหรี่ยง รัฐยะไข่ และเขตสะกายถูกปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคม ภายใต้นโยบายการจำกัดพื้นที่ของบริษัทผู้ให้บริการดาวเทียม ในขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ NUG ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าเริ่มเก็บภาษีจากร้านค้า Starlink ในเมืองกาหนี่ เขตสะกายในเดือนมิถุนายน ทำให้ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า
ขณะเดียวกัน กองกำลังอาระกัน AA ซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของพม่า ได้อนุมัติโครงการแบ่งกำไร 30-70 เปอร์เซ็นต์ สำหรับศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชนที่ตนอนุญาตให้ดำเนินการอยู่ ในสถานการณ์อีกด้าน เสรีภาพสื่อในพม่าเริ่มเสื่อมถอย โดยกองทัพพม่าได้เพิกถอนใบอนุญาตการตีพิมพ์ของสำนักข่าว 3 แห่งในเดือนพฤษภาคม และการศึกษาร่วมกันโดยสภาสื่ออิสระพม่า (Independent Press Council Myanmar) และองค์กรสิทธิมนุษยชนพม่าพบว่าการเข้าถึงสื่ออิสระของประชาชนลดลงถึง 48 เปอร์เซ็นต์