Search

เผยเหมืองต้นแม่น้ำสายฝั่งพม่าขยายตัวรวดเร็วประชิดแดนไทย-แฉขุดเจาะทั้งกลางวันกลางคืนดังกระหึ่มฝั่งไทย-คพ.รายงานผลตรวจตะกอนดินพบสารโลหะหนักหลายชนิดในน้ำโขง-น้ำรวกพุ่งเป็นอันตรายรุนแรงต่อสัตว์หน้าดิน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ชายแดนไทยพม่า ที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์การทำเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นแม่น้ำกก และแม่น้ำสาย ซึ่งอยู่ในเขตเมืองสาด รัฐฉาน พม่า โดยพบว่า “เหมืองแม่โจ๊ก” ที่เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสาย ได้มีการขยายตัวของเหมืองแร่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีการเปิดหน้าดินเป็นพื้นที่กว้างตลอดแนวภูเขา และคืบเข้ามาประชิดชายแดนไทยอย่างเห็นได้ชัด

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนให้สัมภาษณ์ว่า เหมืองทองแห่งนี้มีขนาดใหญ่ การลงทุนแบ่งเป็นหลายส่วน หลายแปลงและหลายเจ้าของ “ผู้ลงทุนเป็นนายทุนใหญ่ที่เขาจ่ายเงินให้ทหารพม่าและว้า เขาทำแร่เพื่อขายให้กับกลุ่มทุนจากประเทศจีน เขาทำงานเร็ว เดินเครื่องเครื่องจักร รถขุด ตลอดทั้งวันทั้งคืน ชาวบ้านที่หมู่บ้านแถบชายแดนด้านนี้ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ตลอดเวลา ชัดมากในช่วงกลางคืน เขาเปิดพื้นที่เร็วมาก ตอนนี้มาถึงเชิงดอยที่ติดชายแดนไทยแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะถึงชายแดนไทยแล้วหรือไม่” 

“กิจกรรมเหมืองแร่ในต้นแม่น้ำกกและแม่น้ำสายในเขตรัฐฉาน ซึ่งไหลลงสู่ประเทศไทย มิระงับหรือชะลอแต่อย่างใด แม้จะมีการหารือระหว่างผู้นำของจีน ไทย และพม่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับเร่งมือในการทำเหมืองยิ่งขึ้น” แหล่งข่าวชายแดนกล่าว

ในวันเดียวกันกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานผลตรวจสอบคุณภาพตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 12 จากการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 7–10 กรกฎาคม 2569 โดยดำเนินการตรวจวัดคุณภาพตะกอนดินรวม 21 จุด โดยแม่น้ำกกพบสารหนูเกินมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) จำนวน 6 จุด ได้แก่ ชายแดนไทย–พม่า หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม พบสารหนู 23 มก./กก., สะพานมิตรภาพแม่ยาว–ดอยฮาง พบสารหนู 11 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.21 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 0.2 (มก./กก.) ,สะพานข้ามแม่น้ำกก พบสารหนู 15 มก./กก., บริเวณฝายเชียงราย พบสารหนู  13 มก./กก. 

สะพานริมกก–เวียงเหนือรวมใจ พบสารหนู 16 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.27 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ,สะพานโยนกนาคนคร พบสารหนู 16 มก./กก. และพบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 33 มก./กก. จำนวน 1 จุด คือบริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พบสารหนู 45 มก./กก. พบค่านิกเกิล 26 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 23 (มก./กก.) และพบค่าตะกั่ว 46 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 36 (มก./กก.) และพบค่าโครเมียม 66 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 43.4 (มก./กก.) 

คพ.ระบุว่าสำหรับลำแม่น้ำรวกพบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 2 จุดตรวจวัด ได้แก่สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย พบสารหนู 49 มก./กก.พบค่าปรอท 0.24 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และและพบค่าโครเมียม 45 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน สำหรับบริเวณตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน หรือจุดปลายแม่น้ำรวก พบสารหนู 55 มก./กก. พบค่านิกเกิล 46 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และพบค่าโครเมียม 61 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน” คพ.ระบุในรายงาน

ส่วนแม่น้ำโขงพบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 4 จุดตรวจวัด ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ พบสารหนู 66 มก./กก., ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน พบสารหนู 80 มก./กก ,บ้านสบกก อำเภอเชียงแสน พบสารหนู 50 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.22 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และพบค่าโครเมียม 45 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ,บ้านหัวเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พบสารหนู 68 มก./กก. 

“สรุปผลการตรวจแม่น้ำกกยังพบสารหนูเกินมาตรฐานในบางจุด ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงพบสารหนูในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ส่วนโลหะหนักชนิดอื่นส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่พบเกินมาตรฐานในบางจุดตรวจวัด ทั้งนี้ค่าที่สูงผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำและกระแสน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัดพาตะกอนแขวนลอยและสะสมในท้องน้ำมากขึ้น” คพ. ระบุ