เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ความก้าวหน้าแผนปฏิบัติการร่วมโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง ปากลาย และหลวงพระบาง โดยมีนายชุมลาภ เตชะเสน รองเลขาสนทช. เป็นประธาน โดยมีผู้เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งถ่ายทอดสดทางเฟสบุคไลฟ์ ซึ่งนายชุมลาภได้กล่าวเปิดว่าการประชุมวันนี้เป็นไปตามหน้าที่ของสทนช. ในฐานะเลขาของคณะกรรมาการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ติดตามที่ตกลงกันไว้ที่ได้หารือไว้ว่าให้ผู้พัฒนาโครงการดำเนินการอย่างไรบ้าง แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละโครงการเขื่อน ซึ่งสทนช.ได้เตรียมลิงค์เอกสารของแต่ละโครงการเขื่อนให้โหลดได้
ดร.วินัย วังพิมูล ผู้อำนวยการกองต่างประเทศ สทนช. ได้นำเสนอข้อมูลกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าภายใต้ระเบียบปฏิบัติ เรื่อง การแจ้งการปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง หรือ Procedures for Notification, Prior Consultation, and Agreement (PNPCA) ว่าขณะนี้โครงการเขื่อนภูงอยกำลังรอเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งวันนี้เป็นการให้ข้อมูลระดับประเทศ เนื่องจากไม่ใช่โครงการของประเทศไทย เป็นโครงการของประเทศเพื่อนบ้าน ฝ่ายเลขารับข้อมูลมาแล้วจึงมาจัดประชุม สำหรับโครงการเขื่อนปากแบง ผู้พัฒนาโครงการคือบริษัทจีน ไชน่าต้าถัง ร่วมกับกัลฟ์ เป็นเขื่อนแบบน้ำไหลผ่าน ล่าสุดทราบว่าเขาจะเริ่มผลิตไฟฟ้าต้นปี 2576 ขณะนี้อยู่ขั้นที่สองของแผนปฏิบัติการร่วม (JAP)
ดร.วินัยกล่าวว่า เห็นจากภาพข่าวว่ามีการเตรียมการก่อสร้างเขื่อนปากแบง จริงๆ แล้วคือเตรียมถนนเข้าไปที่ตั้งโครงการ เป็นการเตรียมเส้นทาง และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงสำหรับลำเลียงวัสดุ โครงการปากแบงอยู่ระหว่างการทบทวนการออกแบบตามข้อห่วงกังวล ซึ่งประเด็นในรายงาน JAP เป็นประเด็นทางเทคนิค ประเด็นในรายงาน JAP ได้แก่ 1. อุทกวิทยาและการจัดการน้ำ 2. การจัดการตะกอน 3. ทางผ่านปลา 4. ความปลอดภัยเขื่อน 5. การเดินเรือ และ 6. ข้อมูลผลกระทบสะสม (ESIA/CIA)
“ข้อห่วงกังวลเรื่อง ตะกอน ผู้พัฒนาโครงการได้ปรับรูปแบบประตูให้ระบายตะกอนได้ดีขึ้น พร้อมทั้ง low-outlet เพิ่ม 3 ช่อง และศึกษาแบบจำลอง สำหรับทางผ่านปลา fish passage ไม่เหมือนของเขื่อนไซยะบุรี มีการปรับ เขื่อนปากแบง ใช้กังหันผลิตไฟฟ้าแบบ fish friendly (เป็นมิตรกับปลา) ลดจำนวนใบพัดกังหันผลิตไฟฟ้าจาก 7 ใบพัดเหลือ 5 ใบพัด หากมีปลาพลัดหลงเข้ามาในอาคารผลิตไฟฟ้าก็จะมีโอกาสในการรอดชีวิต และมองวงจรชีวิตของปลาด้วย ลูกปลาวัยอ่อน การเคลื่อนที่ของไข่ปลา” ดร.วินัยกล่าว
ผู้แทนสทนช.กล่าวอีกว่าข้อมูลและผลกระทบสะสม ได้เพิ่มเรื่องสังคมและคุณภาพน้ำ ซึ่งภาคเหนือของไทยตอนนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบเข้ามาในเขตของประเทศไทย แต่สำนักงานเลขาของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) ยังไม่ได้รับเอกสารการทบทวนการออกแบบสอดคล้องกับมาตรฐานสูงสุด อ้างอิงตามคู่มือแนะนำการออกแบบเบื้องต้น ของ MRC และมีการศึกษาผลกระทบสะสมรวมของเขื่อนแบบขั้นบันได
ดร.วินัยได้นำเสนอข้อมูลโครงการเขื่อนปากลาย ว่าตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง ห่างจากไซยะบุรี 90 กม. เริ่มก่อสร้างแล้ว 6% มีการทำแกนเขื่อนชั่วคราวตามแนวยาว ช่วงแรกจะทำอาคารระบายน้ำก่อนในเฟสแรก สำหรับรายงาน CIA ผลกระทบสะสมมีการจัดทำแต่ยังไม่ได้รับเอกสาร ซึ่งข้อมูลเทคนิคไม่ใช่ใครจะมาแปลก็ได้ สทนช. ได้ขอให้เจ้าของโครงการแปลเป็นภาษาของประเทศสมาชิก riparian เขารับไปพิจารณาแต่ยังไม่รับปากร้อยเปอร์เซ็นต์ ฝ่ายเลขาได้ข้อมูลมาก็ไม่แปลทั้งหมดเนื่องจากกลัวคลาดเคลื่อน และตอบคำถามเรื่องรายงานการติดตามการอพยพของปลาผ่านเขื่อนไซยะบุรี ว่า เล่มรายงานนั้นยังไม่เคยได้รับ มีการติดตามแต่ยังไม่มีรายงาน เป็นเพียงบทสรุปผ่านการประชุมต่างๆ ที่ผู้พัฒนาโครงการได้แจ้งด้วยพาวเวอร์พ้อยเท่านั้น
ขณะที่ ปิยะนันท์ จิตต์แจ้ง สมาชิกกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเข้าร่วมออนไลน์ได้สอบถามว่าที่ระบุว่าเขื่อนปากแบง น้ำเท้อจะไม่กระทบถึงพื้นที่ในไทย ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำโขงใน จ.เชียงราย ยังรอเอกสารว่ามีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หรือภูมิศาสตร์หรือไม่ มีวิธีการคำนวณอย่างไรที่จะยืนยันว่าไม่มาถึง อ.เวียงแก่น อ.เชียงของ และอ.เชียงแสน
“เรื่องตะกอน ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนเราต้องการตะกอนจากแม่น้ำโขง เพราะมีประโยชน์ เป็นแร่ธารตุอาหาร แต่ตอนนี้ตะกอนแม่น้ำ ที่ปนเปื้อนจากการทำเหมือง กลับกลายเป็นอันตรายต่อแม่น้ำและสุขภาพ การศึกษาเรื่องตะกอนยังไม่ชัดเจน ต้องศึกษาให้เข้มข้น ให้ทราบข้อมูล เพราะที่เกิดแล้วตอนนี้คือตะกอนดินแม่น้ำโขง มีสารโลหะหนักเป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดิน ยังไม่รวมการปนเปื้อนของกัมมันตรังสี ที่ยังไม่มีศึกษา เรากลัวเขื่อนปากแบงจะทำให้แม่น้ำโขงกลายเป็นอ่างพิษ” สมาชิกกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าว
นส.ไพรินทร์ เสาะสาย มูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ ได้สอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ขณะนี้ผู้บริษัทผู้พัฒนาโครงการเขื่อนและประเทศเจ้าของโครงการ ยังไม่ได้มีการส่งข้อมูลการศึกษาเพิ่มเติมใดให้กับสำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขงและสทนช.เลย แล้วจะใช้กลไกหรือข้อตกลงแม่น้ำโขง มาตราไหน ในการขอให้มีการอัพเดทข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะประเด็นการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบสะสมและผลกระทบจากภาวะวิกฤตจากน้ำท่วมหลาก และต่อประเด็นผลกระทบข้ามพรมแดนต่อประชาชนในประเทศไทย ทั้ง 8 จังหวัด ถามว่าสทนช.มีหน้าที่และแผนงานที่จะเจรจากับประเทศเจ้าของโครงการเพื่อให้ประเทศเจ้าของโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องกระบวนการรับผิดชอบและเยียวยาประชาชนไทยอย่างไร มีแผนหรือไม่
ด้านผู้แทนของกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้สอบถามถึงความปลอดภัยของเขื่อนหลวงพระบาง(Dam Safety) และคณะผู้เชี่ยวชาญที่ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว มีการเปิดเผยรายงานหรือไม่ จะสามารถมั่นใจถึงความปลอดภัยของเขื่อนได้หรือไม่
ในช่วงท้ายมีการสอบถามถึงแบบก่อสร้างเขื่อน และระดับน้ำที่จะท่วม ซึ่งดร.วินัยกล่าวว่า มีเอกสารการปรับแบบเขื่อน(Dam Design Change) ซึ่งเมื่อผู้พัฒนาโครงการมีความคืบหน้าก็จะมาบอก แต่ยังไม่สุดท้าย ยังไม่มีเอกสารสุดท้าย (Final) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นไปตามาตรฐานของลาว MRC และนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมออนไลน์แสดงความคิดเห็นถ้ารอให้ถึงแบบก่อสร้างสุดท้าย เขื่อนก็สร้างเสร็จพอดี เราจะทำอย่างไรได้ ผู้จัดตอบว่าเป็นเรื่องระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในห้องประชุมเชิงปฎิบัติการของ สทนช. ครั้งนี้เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยมีผู้ร่วมประชุมเป็นผู้แทนหน่วยงานราชการ และภาคประชาสังคมอยู่เพียง 2 คนภายในห้อง ทำให้เก้าอี้เหลือกว่า 10 ที่นั่งทำให้บรรยากาศโหลงเหลง ส่วนทางออนไลน์มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในการนำเสนอภาพโครงการเขื่อนปากแบง และปากลาย ด้านการประมงการอพยพของปลา เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมทั้งในห้องและออนไลน์
————-
