สำนักข่าว DVB รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า “Rosatom” ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติรัสเซีย ได้ประกาศว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็กในพม่าจะเริ่มขึ้นในปีหน้า ซึ่งถือเป็นการขยายความสัมพันธ์ด้านพลังงานครั้งสำคัญระหว่างมอสโกและรัฐบาลทหารในเนปีดอว์
นายอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ผู้อำนวยการใหญ่ของ Rosatom กล่าวในมอสโกว่า บริษัทคาดว่าจะลงนามในสัญญาสำรวจทางวิศวกรรมเบื้องต้นก่อนสิ้นปีนี้ โครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลเนปีดอว์และรัฐบาลมอสโกได้ลงนามในข้อตกลง 12 ฉบับ ในระหว่างการเยือนทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโกของพลเอกมินอ่องหล่าย เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำพม่าได้เข้าพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โดยระบุว่าผู้นำทั้งสองได้หารือถึงความร่วมมือในด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี
มีรายงานว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในพม่านี้ กำลังการผลิตเริ่มในระยะแรก โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบตั้งบนบกขนาด 55 เมกะวัตต์ (MW) จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งจะให้กำลังไฟฟ้าเริ่มต้นที่ 110 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้ทีละน้อยจนถึง 330 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการของโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคในระยะยาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของรัสเซียเน้นย้ำว่า โครงการนี้จะผลักดันการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน การฝึกอบรมบุคลากร และการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคนิคของรัสเซียและสถาบันการศึกษาของพม่า
ทั้งนี้แม้ว่าพิกัดอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกเปิดเผยตามสื่อของรัฐบาลทหารพม่า แต่การประเมินพื้นที่และการสำรวจทางธรณีวิทยาของ Rosatom ก่อนหน้านี้มุ่งเน้นไปที่สถานที่ต่างๆรอบเมืองหลวง โดยบริษัท Rosatom ยืนยันว่าแผ่นดินไหวใกล้เมืองเนปีดอว์ เมื่อเดือนมีนาคม 2568 จะไม่ส่งผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยยืนยันว่าวิศวกรรมของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ปฏิบัติตามเกณฑ์ความปลอดภัยและความต้านทานแผ่นดินไหวระดับสากลอย่างเคร่งครัด
