
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมเรือนจำกลางเชียงราย ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสาธารณภัย (ปภ.) และคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษามลพิษทางน้ำข้ามแดน ประชุมร่วมกับ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายณรงค์ หนูคง ผู้บัญชาการ(ผบ.)เรือนจำกลางเชียงราย ผู้แทนสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย และทีมนักวิชาการ Central Lab เพื่อติดตามคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคในเรือนจำกลางเชียงรายและการจัดการดินตะกอนปนเปื้อนโลหะหนักในแปลงเกษตรเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง
นายณรงค์ หนูคง ผบ.เรือนจำกลางเชียงราย กล่าวว่า เรือนจำใช้น้ำประปาจากน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดินแม่น้ำกกในสัดส่วน 50:50 หลังพบสารโลหะหนักในแม่น้ำกกช่วง เม.ย.–พ.ค. 2568 ซึ่งได้เร่งปรับปรุงระบบประปาโดยเพิ่มระยะเวลาพักน้ำ เติมสารส้ม ใช้พืชน้ำดูดซับ และเพิ่มสารกรอง Manganese Greensand พร้อมติดตั้งเครื่องกรอง RO ผลิตน้ำดื่ม 48,000 ลิตรต่อวัน และเรือนจำมีการตรวจน้ำประจำเดือนด้วย Test Kit และส่งแล็บภายนอกทุก 6 เดือน ซึ่งผลตรวจล่าสุดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 ลำปาง พบสารตะกั่ว และสารหนู อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ส่วนระยะยาวได้ประสาน กปภ. ขยายเขตท่อส่งน้ำ คาดว่าจะได้รับงบประมาณในปี 2570
ขณะที่ผู้แทนสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย รายงานผลตรวจดินตะกอนตลอดแนวแม่น้ำกก (ต.ห้วยชมภู ถึง บ้านสบกก) รวม 172 ตัวอย่าง แบ่งเป็น สีเขียว (ปกติ) 65 ตัวอย่าง สีเหลือง (เฝ้าระวัง) 89 ตัวอย่าง สีแดง (เสี่ยงเกินเกณฑ์) 18 ตัวอย่าง
ทั้งนี้พบว่าจุดที่สารหนูเกินค่ามาตรฐานจะอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กม. จากริมน้ำกก ส่วนระยะ 2 กม. ไม่พบค่าเกินเกณฑ์ ขณะที่พื้นที่ ต.ดอยฮาง และ ต.แม่ยาว ตรวจพบจุดเสี่ยงสีแดง 7 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 31 ตัวอย่าง
หลังอุทกภัยปี 2568 พัดพาตะกอนดินทับถมพื้นที่เกษตรดอยฮางกว่า 24 ไร่ จังหวัดเชียงรายจึงเลือกพื้นที่นี้เป็นแปลงสาธิตนำร่อง โดยสถานีพัฒนาที่ดินฯ ได้ใส่โดโลไมต์และน้ำหมัก พด.2 ปรับค่า pH ดิน พร้อมเตรียมปลูกพืชบำบัดสารพิษ เช่น หญ้าแฝก ปอเทือง และทานตะวัน
ด้าน รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำ สังกัดภาควิชาวิศวกรรมโยธา (สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เสนอให้ใช้วิธี DTPA Extraction สกัดตรวจเฉพาะโลหะหนักส่วนที่พืชดูดซึมได้จริง เพื่อแยกออกจากแร่ธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตราย พร้อมนำแบบจำลอง มาชี้เป้าจุดตกสะสมของตะกอนตามโค้งน้ำ เพื่อจัดการเฉพาะพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างแม่นยำและประหยัดงบประมาณ
ที่ประชุมยังได้ชี้แจงผลตรวจปลาดุกในบ่อเลี้ยงของเรือนจำ พบสารตะกั่ว ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่บริโภคได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตให้ตรวจวิเคราะห์อาหารสัตว์สำเร็จรูปควบคู่ไปด้วย เพื่อระบุแหล่งที่มาของการสะสมสารตกค้างอย่างรอบด้าน
นายภัทรพงษ์กล่าวในที่ประชุมว่า เพื่อสร้างความมั่นใจด้วยข้อมูลจริง ได้ประสาน Central Lab ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินและน้ำซ้ำ เพื่อใช้ผลวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ยืนยันความปลอดภัยให้สังคมคลายกังวล และแนะนำให้เก็บบันทึกดูแนวโน้มการฟื้นฟู โดย ติดตามค่า pH และระดับการปนเปื้อนในดินชั้นรากพืช (0–15 ซม. และ 0–30 ซม.) หลังการปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่อง
“การสืบหาแหล่งกำเนิดรอบด้าน ให้ตรวจปัจจัยนำเข้าทั้งน้ำผิวดิน น้ำบาดาล และอาหารสัตว์ ไม่ด่วนสรุปสาเหตุจากแม่น้ำกกเพียงอย่างเดียว เห็นด้วยสำหรับการดันเป็นแปลงต้นแบบเชิงนโยบาย สนับสนุนให้เรือนจำดอยฮางเป็นพื้นที่ทดลองระบบบำบัดและฟื้นฟูดิน เพื่อถอดบทเรียนเป็นโมเดลช่วยเหลือเกษตรกรตลอดลุ่มน้ำกกต่อไป”นายภัทรพงษ์ กล่าว
ภายหลังการประชุม กมธ.ได้แบ่งทีมร่วมกับ Central Lab ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินในแปลงเกษตรและสุ่มตรวจตัวอย่างปลาดุก เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดต่อไป
จากนั้นคณะกมธ.ปภ.ได้ไปเยี่ยมชมระบบการผลิตน้ำประปาที่ กปภ.เชียงราย โดยมีการบรรยายสรุปของ กปภ.เชียงราย แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ซึ่งจากการรายงานของ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงราย ว่า ได้เร่งเดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำประปาและแก้ไขปัญหาคุณภาพแหล่งน้ำดิบ ที่จะย้ายไปยังอ่างเก็บน้ำแม่ลาว จะทำให้พื้นที่บริการครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น จาก 40,000 ครัวเรือนจากแหล่งน้ำดิบเดิมคือแม่น้ำกก เป็น 80,000 ครัวเรือน โดย กปภ.เชียงราย ได้เตรียมโครงการวางท่อขยายเขตส่งน้ำประปาไปยังเรือนจำเพื่อรองรับผู้ต้องขังกว่า 4,000 คนและชุมชนโดยรอบด้วย
สำหรับข้อกังวลด้านการแย่งชิงน้ำระหว่างภาคเกษตรกรรมและน้ำประปาในลุ่มน้ำลาว (กปภ. สาขาเชียงราย) กรมชลประทานและ กปภ. ชี้แจงว่ามีแผนรองรับน้ำต้นทุนระยะยาวจากอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างที่จะเริ่มกักเก็บน้ำในปี 2571–2572 (ความจุ 32 ล้าน ลบ.ม.) และอ่างเก็บน้ำแม่ปูน (ความจุ 24 ล้าน ลบ.ม.) โดยสัดส่วนการใช้น้ำของการประปาคิดเป็นเพียงประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณน้ำช่วงหน้าแล้ง และจะไม่เกินร้อยละ 23 ในอีก 10–20 ปีข้างหน้า ซึ่งช่วงวิกฤตน้ำตึงตัวจะมีเพียง 7–14 วันในเดือนเมษายนและเป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยว จึงยืนยันว่าปริมาณน้ำมีเพียงพอต่อการจัดสรรร่วมกันอย่างยั่งยืน
ขณะที่ กปภ. สาขาแม่สาย ได้รายงานความคืบหน้าแผนระยะสั้นในการปรับปรุงระบบจ่ายสารเคมีสถานีแม่สาย เกาะช้าง และเชียงแสน ซึ่งแล้วเสร็จตั้งแต่ เม.ย. 2569 ควบคู่กับโครงการระยะกลางงบประมาณกว่า 900 ล้านบาทในการผันน้ำจากแม่น้ำโขง (เชียงแสน) เพื่อส่งน้ำมายังแม่สาย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2570 และพร้อมจ่ายน้ำในปี 2573 รวมถึงแผนระยะยาวร่วมกับชลประทานในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำแม่คำ
ทางด้าน กปภ. สาขาเวียงเชียงของ ได้วางแนวทางแก้ปัญหาน้ำดิบปนเปื้อนสารโลหะหนัก โดยเลือกพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์บ้านทุ่งงิ้ว ตำบลสถาน (พื้นที่ A2) ดำเนินโครงการขุดสระพักน้ำดิบ ก่อสร้างโรงสูบ และวางท่อส่งน้ำดิบขนาด 400 มิลลิเมตร ระยะทาง 15 กิโลเมตร ไปยังโรงกรองน้ำเดิม ภายใต้งบประมาณเบื้องต้น 109.61 ล้านบาท ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงพื้นที่ทำความเข้าใจและจัดเวทีประชาคมร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อป้องกันข้อขัดแย้งเชิงพื้นที่และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างโปร่งใส