Search

ทหารพม่ากดดันหนักผู้นำ DKBA เปิดทางทัพตั๊ดมะดอว์เข้าประจำการพื้นที่พญาตองซู–วาเลย์–มินละป่าน–ผาลูหลังเข้าไม่ถึงมากว่า 2 ปี

เพจ We Love Payathonzu สื่อท้องถิ่นในพม่ารายงานเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ว่า ทหารเมียนมาพยายามกดดันผู้นำกองทัพประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ชาวกะเหรี่ยง (Democratic Karen Benevolent Army -DKBA) เพื่อให้เปิดทางให้กองทัพเมียนมาเข้าไปตั้งฐานประจำการในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ DKBA ได้แก่ พญาตอวซู, วาเลย์, ผาลู และมินละป่าน

แหล่งข่าวจาก DKBA ระบุว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้นำระดับสูงของ DKBA ถูกฝ่ายทหารจากกรุงเนปิดอว์ รวมถึงกองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีฐานบัญชาการอยู่ที่เมืองมะละแหม่ง เรียกพบหลายครั้ง เพื่อขอให้ DKBA อนุญาตให้กองทัพเมียนมาเข้าไปตั้งกำลังในเมืองและหมู่บ้านที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ DKBA และกำหนดพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเขตอิทธิพลหรือเขตควบคุมของกองทัพเมียนมา สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างหนักระหว่างกองกำลังพันธมิตรของ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) กับกองทัพเมียนมาในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากกองทัพเมียนมาไม่สามารถรุกคืบทางภาคพื้นดินได้เป็นเวลานานกว่า 2 ปี

แหล่งข่าว DKBA ระบุว่า กองทัพพม่าพยายามกดดัน DKBA ทั้งในด้านการทหารและการควบคุมพื้นที่โดยผู้นำ DKBA ถูกฝ่ายทหารเรียกพบแล้วประมาณ 3–4 ครั้ง ทั้งที่มะละแหม่งและเนปิดอว์ รวมถึงมีการพูดคุยทางโทรศัพท์ เพราะต้องการกลับเข้าควบคุมพื้นที่ พญาตองซูและวาเลย์ รวมถึงต้องการกลับเข้าประจำการในพื้นที่ ผาลู มินละป่าน เส้นทางบริเวณโค้งเลขสาม (โตง ด๊อก เกวะ) และเขาเจ๊าะแคะ พื้นที่ตรงข้ามบ้านช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กองทัพเมียนมาใช้ปืนใหญ่โจมตีพื้นที่ฐานของกองพัน DKBA หลังไม่สามารถรุกคืบเข้าไปยังมินละป่านได้ รวมถึงการใช้เครื่องบินโจมตีบริเวณเนินเขาพุทธคยาเจ๊าะแคะ ขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาและนายทหารของ DKBA จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่องที่กองบัญชาการ DKBA ในพื้นที่โส่งซีเหมี่ยน เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพกับฝ่ายทหารเมียนมา สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ ปัญหาธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ของชาวจีนหรือ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์/เสือจีน” สิทธิในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนประเด็นการพัฒนาท้องถิ่น

สำหรับพื้นที่ พญาตองซูและวาเลย์ ซึ่งฝ่ายทหารเมียนมากำลังเรียกร้องขอกลับเข้าไปควบคุมนั้น ปัจจุบันโครงสร้างการปกครองของฝ่ายทหารหม่าในพื้นที่แทบไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ขณะที่ฐานทหารสำคัญ เช่น ฐานยุทธศาสตร์นาคาต่อง ในพญาตองซู และ ฐานยุทธศาสตร์วาเลย์ ถูกกองกำลังพันธมิตร KNLA ปิดล้อม ตัดเส้นทาง และกดดันมาเกือบ 3 ปีแล้ว

ปัจจุบันกองทัพเมียนมาได้กระจายกำลังประมาณ 5 กองกำลัง รวมราว 500 นาย เพื่อปฏิบัติการทางทหารบริเวณเส้นทางผาลู–มินละป่าน และพื้นที่ฐานยุทธศาสตร์วาเลย์ ขณะที่กองกำลังพันธมิตร KNLA ใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรและการตัดเส้นทางโจมตี ส่งผลให้กองกำลังภาคพื้นดินของกองทัพเมียนมาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ทหารบางส่วนยอมวางอาวุธและเปลี่ยนข้าง หรือขอเข้าร่วมพึ่งพิงฝ่ายตรงข้าม

“หาก DKBA ไม่ยอมเปิดทางให้กองทัพเมียนมากลับเข้าไปในพื้นที่พญาตองซูและวาเลย์ อาจมีความเสี่ยงที่ฝ่ายทหารจะเพิ่มแรงกดดันด้วย การโจมตีทางอากาศ ปืนใหญ่ และโดรน ต่อฐานที่ตั้งของ DKBA อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่าฝ่ายทหารเมียนมาได้ดำเนินการกดดันทางทหารในลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างชัดเจนในพื้นที่” แหล่งข่าว กล่าว