Search

ทางการพม่าขู่ไม่ต่อหนังสือเดินทางให้แรงงาน หากไม่ส่งเงินเดือน 25 เปอร์เซ็นต์กลับประเทศผ่านช่องทางที่รัฐบาลควบคุม

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ ทางรัฐบาลกำลังต้องการเงินตราต่างประเทศอย่างมาก จึงข่มขู่แรงงานพม่าที่ทำงานในต่างประเทศให้ส่งเงินเดือน คิดเป็นจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์กลับพม่าผ่านช่องทางที่รัฐบาลควบคุม โดยรัฐบาลพม่าเตือนว่า หากแรงงานฝ่าฝืนอาจถูกห้ามทำงานในต่างประเทศ และอาจถูกเพิกถอนหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวแรงงาน

หญิงแรงงานดูแลผู้สูงอายุชาวพม่าที่ทำงานในญี่ปุ่นภายใต้บันทึกความเข้าใจด้านแรงงานทวิภาคีให้สัมภาษณ์กับสื่อ Irrawaddy ว่า เธอและเพื่อนๆ ได้รับจดหมายจากหน่วยงานจัดหางานแจ้งให้ทราบว่าพวกเขาต้องส่งเงินให้ครอบครัวผ่านช่องทางของทางการ หากไม่ปฏิบัติตาม ครอบครัวของพวกเขาอาจถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล

“พวกเขามีข้อมูลส่วนตัวของเราทั้งหมด รวมถึงที่อยู่ของครอบครัวเราด้วย พวกเขา(บริษัทจัดหางาน)คอยขอใบเสร็จรับเงินอยู่ตลอด เหมือนกับเจ้าหนี้ที่คอยทวงหนี้” เธอกล่าว

แรงงานรายนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้สัญญาที่เธอเซ็นกับบริษัทจัดหางาน เธอต้องโอนเงินจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งคิดเป็นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ผ่านช่องทางธนาคารอย่างเป็นทางการ

ภายใต้ข้อตกลงปี 2566 กับหน่วยงานจัดหางาน กระทรวงแรงงานของรัฐบาลทหารพม่าได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2567 กำหนดให้แรงงานพม่าที่อยู่ในต่างประเทศส่งเงินค่าจ้าง 25 เปอร์เซ็นต์กลับมายังพม่า ผ่านระบบธนาคารของรัฐบาลเป็นรายเดือนหรือรายสามเดือน กระบวนการนี้เรียกว่าระบบการจัดการการโอนเงินของครอบครัว (Family Remittance Management System – FRMS) โดยผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกห้ามทำงานในต่างประเทศ และอาจไม่สามารถต่ออายุหนังสือเดินทางและบัตรประจำตัวแรงงานต่างชาติได้

โดยเชื่อกันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบีบเอาเงินตราต่างประเทศจากแรงงานให้มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลทหารพม่าต้องการเงินสดอย่างเร่งด่วนอันเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ การขาดแคลนการลงทุนจากต่างชาติ และการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 ขณะที่ Bloomberg ระบุว่า การโอนเงินจากครอบครัวไปยังพม่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เป็น 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คิดเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ของเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามาทั้งหมด

ขณะที่จดหมายจากหน่วยงานที่ส่งถึงแรงงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักข่าว Irrawaddy ระบุว่า ได้เห็นจดหมายดังกล่าวแล้ว ซึ่งระบุว่า สำนักงานสอบสวนพิเศษของรัฐบาลพม่ากำลังทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานเพื่อตรวจสอบว่าแรงงานได้ส่งเงินโอนให้ครอบครัวผ่านช่องทางราชการอย่างถูกต้องหรือไม่ จดหมายระบุว่า สมาชิกในครอบครัวของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามอาจถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ แหล่งข่าวจากหน่วยงานยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวออกตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลพม่าได้เพิ่มแรงกดดันต่อหน่วยงานจัดหางานต่างประเทศที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการส่งเงินกลับประเทศ ทางด้านสมาชิกอาวุโสของสมาพันธ์หน่วยงานจัดหางานต่างประเทศของพม่า (Myanmar Overseas Employment Agencies Federation – MOEAF) เปิดเผยกับสื่อ Irrawaddy ว่า กระทรวงแรงงานได้เรียกหน่วยงาน 10 แห่งที่สังกัดองค์กรดังกล่าวมาพบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเตือนเพื่อให้แน่ใจว่า แรงงานจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ

“เราต้องส่งข้อมูลการโอนเงินของแรงงานของเรา และธุรกิจของเราอาจถูกระงับหากเราไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าการโอนเงินอย่างเป็นทางการของแรงงานเป็นไปตามจำนวนที่กำหนด” แหล่งข่าวจากบริษัทจัดหางานในต่างประเทศรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อ Irrawaddy

อย่างไรก็ตามอีกด้านหนึ่ง แรงงานพม่าในต่างประเทศเปิดเผยว่า พวกเขาไม่เต็มใจที่จะโอนเงินเดือนของตนผ่านช่องทางธนาคารอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการนั้นต่างกันมาก

“คนส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักไม่ใช้ธนาคารอย่างเป็นทางการเมื่อส่งเงินกลับบ้าน เพราะอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการต่ำเกินไป ยิ่งส่งมาก ยิ่งเสียมาก” แรงงานชาวพม่าในญี่ปุ่นคนหนึ่งบอกกับสื่อ Irrawaddy

มีรายงานว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐฯเทียบเท่ากับประมาณ 4,500 จั๊ต ตามอัตราที่ไม่เป็นทางการหรือตามอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืด แต่รัฐบาลได้กำหนดอัตราไว้ที่ประมาณ 2,100 จั๊ต ทำให้แรงงานในต่างประเทศจำนวนมากต้องมองหาทางเลือกที่ดีกว่า

แรงงานชาวพม่าในญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าวว่า บริษัทจัดหางานของเธอขอหลักฐานการโอนเงินอย่างเป็นทางการอยู่เรื่อยๆ เธอเกรงว่าเธอจะไม่สามารถต่ออายุหนังสือเดินทางได้
ขณะที่เพื่อตอบโต้กฎระเบียบเกี่ยวกับการโอนเงินนี้ แรงงานพม่าบางส่วนที่ทำงานในประเทศไทยภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลที่คล้ายคลึงกัน กำลังมองหางานนอกระบบ

สมาชิกขององค์กรแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยรายหนึ่งกล่าวกับสื่อ Irrawaddy ว่า “แรงงานบางคนปล่อยให้วีซ่าหมดอายุ เพื่อที่พวกเขาจะได้เริ่มกระบวนการขอวีซ่าในฐานะแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร เพื่อหลีกหนีระบบ” โดยเขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “หน่วยงานต่างๆ ได้ทำข้อตกลงกับนายจ้างแล้ว โดยจะหักค่าจ้าง 25 เปอร์เซ็นต์เพื่อส่งให้รัฐบาล(ผ่านช่องทางราชการ)แต่แรงงานไม่พอใจ” เขากล่าว

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานด้วยเช่นกันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของรัฐบาลพม่า นายขิ่นหม่องโซ ได้พบกับหน่วยงานจัดหางานในต่างประเทศและธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อผลักดันให้พวกเขาปฏิบัติตามระบบ FRMS การประชุมครั้งนี้เป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลในการเสริมสร้างการบังคับใช้ระบบดังกล่าว

ตามข้อมูลของกระทรวง มีชาวพม่ากว่า 7 ล้านคนทำงานในต่างประเทศ โดย 3 ล้านคนอยู่ในประเทศไทย และมากกว่า 4 ล้านคนอยู่ในประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศต่างๆในตะวันออกกลาง