Search

สร.อสมท.ส่งจดหมายถึงนายกฯ-ขอปลอดใบสั่งทางการเมือง-แฉมีแผนลงทุนไม่สอดคล้องธุรกิจเตรียมสร้าง Clubhouse-เสนอใช้ที่ดินทำเลทอง 50 ไร่ให้เป็นประโยชน์ที่สุด

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สหภาพแรงงาน(สร.)รัฐวิสาหกิจ บ.อสมท จำกัด ( มหาชน ) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าตามที่ สร.บริษัท อสมทฯได้รับทราบข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีแนวทางนำ อสมท เข้าสู่เแผนฟื้นฟูโดยอาจใช้การควบรวมกับองค์กรสื่อมวลชนอื่นหรือการลดสัดส่วนการถือหุ้น เนื่องจากบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

สร.อสมท ในฐานะตัวแทนพนักงานและลูกจ้าง มีข้อกังวลต่อนโยบายดังกล่าว 1. ปัญหาด้านการทำธุรกิจและการขาดสภาพคล่อง เนื่องจากภาวการณ์ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง อสมท ได้ผลกระทบโดยตรงจากภาวะฟองสบู่ในอุตสาหกรรมสื่อ ที่มีการลดการใช้เม็ดเงินโฆษณา และการใช้เงินกว่า 4,000 ล้านบาท ในการแข่งขันประมูลช่องทีวีระบบดิจิทัลในอัตราธุรกิจเอกชน ขณะที่องค์กรขาดความต่อเนื่องในนโยบายการบริหารธุรกิจ เนื่องจากต้องปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล คณะกรรมการบริหารหรือบอร์ด ตลอดจนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท

ปัญหาเงินชดเชยคลื่น 2600 ซึ่ง สร.อสมท มีจุดยืนคัดค้านเงินชดเชยส่วนแบ่งอัตรา 50 : 50 กับ บจก. เพลย์เวิร์ค ตามที่อดีต กก.ผอ.ใหญ่ อสมท ใช้อำนาจอนุมัติโดยไม่ผ่านมติบอร์ด อสมท ซึ่งที่ผ่านมาสหภาพฯ ได้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และ สคร. ถึงความไม่เป็นธรรม เนื่องจากสัญญามีลักษณะเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชนมากกว่ารัฐ และยังไม่พบความเสียหายจากการใช้เงินลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม แต่ สร.อสมท ไม่เคยได้รับโอกาสในการชี้แจงเหตุผลต่อ ป.ป.ช. ที่มีมติปัดตก และต่อมาเมื่อ กสทช. ได้อนุมัติเงินเยียวยาคลื่น 2600 วงเงินกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองกลาง บริษัทเอกชนได้รับเงินเยียวยาในสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 2 : 1 โดยได้รับเงินกว่า 2,100 ล้านบาท ขณะที่ อสมท ได้รับ 1 ส่วน ประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ก็หมดไปกับการชดใช้หนี้เงินกู้เสริมสภาพคล่องแก่สถาบันการเงิน และการจ่ายชดเชยให้กับพนักงานในโครงการสมัครใจลาออกก่อนเกษียณอายุการปฏบัติงาน หรือ MSP จำนวน 2 รอบ เกือบ 400 คน

จดหมายเปิดผนึกระบุว่า 2. ปัญหาการบริหารงานภายใน เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้วที่ อสมท ไม่มีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ต้องให้บอร์ดหรือผู้บริหารภายในทำหน้าที่รักษาการแทน เนื่องจากมีปัญหาการฟ้องร้องจากคู่กรณีที่ใช้คุณสมบัติการเป็นรักษาการ กก.ผอ.ใหญ่ มาสมัคร ทำให้องค์กรขาดวิสัยทัศน์และทิศทางการแข่งขันในการประกอบธุรกิจหลักและธุรกิจที่จะสร้างรายได้ใหม่ ขณะที่กำลังมีความพยายามผลักดันจากฝ่ายการเมืองและบอร์ด อสมท ในแผนการลงทุนทำโครงการที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจ และความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ เช่น โครงการปรับปรุงอาคารสถานที่ของ อสมท เพื่อให้บริการในลักษณะรูปแบบธุรกิจ Executive Clubhouse ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนในการดำเนินโครงการค่อนข้างสูงมาก โดยมีการสนองตอบจากผู้บริหารระดับสูงบางคน เนื่องจากอยู่ระหว่างที่บอร์ดจะพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ทดแทนผู้เกษียณอายุการปฏิบัติงาน

จดหมายเปิดผนึกระบุด้วยว่า สร.อสมท ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เร่งแก้ปัญหาดังนี้ 1.  การคัดสรรผู้มาดำรงตำแหน่งบอร์ด อสมท ขอให้คำนึงถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในเชิงธุรกิจ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันยุคสมัย เพื่อคัดกรองโครงการการลงทุนของ อสมท ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและผู้มีความชำนาญด้านกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อเสียเปรียบของรัฐต่อเอกชนดังที่ผ่านมา

2.  ขอให้นายกรัฐมนตรี หาแนวทางผ่าทางตัน แก้ปัญหาการคัดสรรตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ซึ่งมีความสำคัญในการนำพาองค์กรผ่านช่วงวิกฤต เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อขวัญกำลังใจของพนักงาน ลูกจ้าง ที่มีภาระรับผิดชอบปากท้องของครอบครัว ให้ไม่ต้องตกงาน

3. ขอให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหาร อสมท ปลอดจากใบสั่ง หรือการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน รวมทั้งขอคำมั่นให้ อสมท สามารถทำหน้าที่องค์กรสื่อหลักของประเทศไทยได้อย่างมีคุณภาพ และได้รับความเชื่อถือจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง

4. การบริหารสินทรัพย์ของ อสมท ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาติ เช่น โครงการที่ดิน 50 ไร่ ถือเป็นเรือธงต่อความอยู่รอดของ อสมท  ทั้งนี้ในกรณีหากปรากฎว่า ผลตอบแทนการลงทุน หากไม่คุ้มค่าต่อราคาประเมิณที่ดินในปัจจุบันที่มีมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท สร.อสมท ใคร่ขอเสนอทางเลือกต่อรัฐบาล  โดยการนำที่ดิน 50 ไร่  สร้างเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ เพื่อรองรับการจัดการประชุม  และกิจกรรมต่าง ๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชน  เป็นศูนย์รวมนวัตกรรมสร้างสรรค์  และเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของประเทศไทยบนถนนพระราม 9  เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว  เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ที่มีล้วนเป็นของภาคเอกชน และมีความต้องการใช้สถานที่อย่างต่อเนื่องจนต้องจองคิวล่วงหน้า อีกทั้งที่ดิน 50 ไร่ยังมีความสะดวกในการเดินทางโดยรถไฟฟ้าถึง 2 สาย อีกด้วย