
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อปักหลักเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล หลังมีข้อขัดแย้งเรื่องรายชื่อผู้แทนชาวบ้านที่จะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล ซึ่งกำหนดประชุมในวันที่ 21 กันยายน 2569 โดยกลุ่มชาวบ้านเตรียมแถลงการณ์หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 17 กันยายนและยื่นหนังสือในวันเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบได้ยื่นเสนอรายชื่อผู้แทนชาวบ้านจำนวน 9 คน แก่นาย นายไพรัช เพชรล้ำ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ กระทรวงพลังงานหลัง โดยแบ่งเป็นตัวแทนจากอำเภอโขงเจียม 3 คน ได้แก่ นางสมปอง เวียงจันทร์ นางพวงพยอม ขันใหญ่ และนางทวีทรัพย์ ไชยโกษฐ์ ขณะที่อำเภอพิบูลมังสาหาร ได้แก่ นางสุบรรณ คำสวัสดิ์ นายทยุสินธุ์ ทาคำ และนางบุญแต่ง วรพิมพ์รัตน์ ส่วนอำเภอสิรินธร ได้แก่ นายบัวลี โพธิ์วงศ์ นางอรัญญา เรือนเงิน และนายประทวี จันทรนิรักษ์
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้ติดต่อทางโทรศัพท์แจ้งว่า ไม่ยอมรับรายชื่อที่กลุ่มชาวบ้านเสนอ ส่งผลให้กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานเปิดทางให้ผู้แทนชาวบ้านเข้าร่วมการประชุมโดยตรง
นายทยุสินธุ์ ทาคำ ชาวบ้านบ้านทรายมูล หมู่ 10 ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวบ้านต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อปักหลักที่กระทรวงพลังงาน เนื่องจากปัญหาจากการสร้างเขื่อนปากมูลยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม แม้จะผ่านมากว่า 36 ปีแล้ว และล่าสุดรายชื่อผู้แทนชาวบ้านที่เสนอเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 21 นี้ ก็ยังยังไม่ได้รับการยอมรับ
“ปัญหาสำคัญที่ชาวบ้านต้องการให้รัฐเร่งแก้ไขคือผลกระทบต่อการทำประมงและการหาปลา ซึ่งเป็นอาชีพและแหล่งอาหารของชาวบ้าน โดยอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีปี 2540 ที่ระบุถึงการชดเชยด้วยที่ดิน 15 ไร่ต่อครอบครัว หากไม่สามารถประกอบอาชีพประมงได้ ที่เขาเคยชดเชยให้เรามีเพียงแค่เงิน60,000-90,000 บาทที่ชาวบ้านเคยได้รับนั้น เป็นการชดเชยในช่วงระหว่างการก่อสร้างเขื่อนเป็นระยะเวลาแค่ 3 ปี ไม่ใช่การแก้ไขผลกระทบระยะยาว” ชาวบ้านบ้านทรายมูล กล่าว
นายทยุสินธุ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งภายในทำให้ชาวบ้านต้องกลับมาเผชิญกับปัญหาภายในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบอีกครั้ง ทั้งที่ต้องการให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ค้างคามานาน การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ครั้งนี้ ชาวบ้านจะไปปักหลักที่กระทรวงพลังงาน และรอจนถึงวันประชุมวันที่ 21 นี้ เพื่อเรียกร้องให้ผู้แทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริงสามารถเข้าร่วมการประชุมจนได้
ด้าน นางสุบรรณ คำสวัสดิ์ ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล กล่าวว่า การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องการทวงสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ หลังเห็นว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ชาวบ้าน
“ชาวบ้านต้องเผชิญกับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลมาแล้ว 36 ปี โดยเฉพาะการสูญเสียแหล่งทำกินจากการประมงและการหาปลา ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการดำรงชีวิตของครอบครัว ทุกวันต้องอาศัยเงินกินกับลูกกับหลานที่ทำงาน โดยที่การเปิดประตูเขื่อนแต่ละปี ก็ยังต้องอาศัยการเรียกร้องจากชาวบ้านถึงได้เปิด ตัวอย่างล่าสุดที่เห็น หลังมีการเปิดประตูเขื่อนล่าสุดนี้ ชาวบ้านสามารถจับปลาในพื้นที่มากขึ้น ชีวิตก็กลับมา” นางสุบรรณ กล่าว