Search

ชาวบ้านปากมูลโวยเจ้าของปัญหาตัวจริงไม่ได้เป็น กก.แก้ไข-ก.พลังงานสวมชื่อที่ปรึกษาใส่แทน-ผู้ได้รับผลกระทบยกขบวนปักหลักหน้าทำเนียบ-วอนเร่งจ่ายเงินเยียวยา/เปิดประตูเขื่อนตลอดปี

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานีนำโดยนางสมปอง เวียงจันทร์ ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลโดยรวมตัวกันบริเวณศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฝั่ง กพ.โดยได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เรื่อง “ชาวบ้านรอคอยการแก้ปัญหา 36 ปี รอรัฐรับรองสิทธิ 29 ปี ที่ปรึกษาไม่มีสิทธิกีดกันชาวบ้านและกระทรวงพลังงานต้องฟังเสียงผู้ได้รับผลกระทบตัวจริง”

เนื้อหาของแถลงการณ์ระบุว่า ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลต้องสูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิมและใช้เวลาต่อสู้เรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหามานานถึง 36 ปี ขณะเดียวกันยังต้องรอกระบวนการพิสูจน์และรับรองสิทธิจากภาครัฐอีก 29 ปี ก่อนที่คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องจะมีมติรับรองรายชื่อผู้มีสิทธิอย่างเป็นทางการจำนวน 1,632 รายชื่อ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569

“ในช่วงที่กระบวนการกำลังเข้าสู่การเจรจา กลับเกิดปัญหาขึ้นอีกครั้งจากการจัดรายชื่อผู้แทนที่จะเข้าร่วมการประชุม โดยฝ่ายที่ปรึกษาของสมัชชาคนจนได้ตัดรายชื่อ นางสมปอง เวียงจันทร์ และแกนนำชาวบ้านในพื้นที่บางส่วนออกจากรายชื่อผู้แทนที่จะเข้าร่วมประชุม ซึ่งฝ่ายที่ปรึกษาควรมีบทบาทในฐานะผู้ให้คำแนะนำ แต่ไม่ควรมีอำนาจในการตัดสิทธิหรือกีดกันชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงออกจากกระบวนการเจรจา ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรมีสิทธิเข้าร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาของตนเอง” แถลงการณ์ ระบุ

แถลงการณ์ระบุว่ากระทรวงพลังงาน ไม่ยอมรับรายชื่อผู้แทนที่ชาวบ้านเสนอ และยอมรับเฉพาะรายชื่อที่เสนอผ่านฝ่ายที่ปรึกษา อีกทั้งยังนำเหตุผลเรื่องความไม่ยินยอมของฝ่ายที่ปรึกษามาเป็นเงื่อนไขในการไม่เปิดโอกาสให้ นางสมปอง เวียงจันทร์ และตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมการเจรจา กลุ่มชาวบ้านย้ำจุดยืนว่า “ชาวบ้านคือเจ้าของปัญหา และชาวบ้านคือผู้มีสิทธิชอบธรรมในการตัดสินใจอนาคตของตนเอง” หากกระบวนการประชุมตัดผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงออกจากโต๊ะเจรจา การประชุมดังกล่าวก็อาจไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

“ขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงพลังงานรับรองรายชื่อผู้แทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 9 คน ให้สามารถเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลในวันที่ 21 กันยายน 2569 และขอให้กระทรวงพลังงานยุติการใช้เงื่อนไขหรือข้ออ้างใด ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วมของชาวบ้าน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 1,632 รายชื่อได้มีส่วนร่วมในการรับฟังและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม”แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ระบุว่า หากรัฐบาลและกระทรวงพลังงานยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้อง หรือยังปล่อยให้เกิดการกีดกันผู้ได้รับผลกระทบออกจากกระบวนการเจรจา พวกตนจะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิและความชอบธรรมของชาวบ้านต่อไป เนื่องจากชาวบ้านรอคอย 36 ปี ดังนั้นที่ปรึกษาไม่มีสิทธิกีดกันชาวบ้าน

ทั้งนี้รายชื่อตัวแทนชาวบ้านที่ส่งเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ในวันที่ 21 กันยายนนี้แบ่งตามพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโขงเจียม 3 คน ประกอบด้วย นางสมปอง เวียงจันทร์ นางพวงพยอม ขันใหญ่ และนางทวีทรัพย์ ไชยโกษฐ์ อำเภอพิบูลมังสาหาร 3 คน ได้แก่ นางสุบรรณ คำสวัสดิ์ นายทยุสินธุ์ ทาคำ และนางบุญแต่ง วรพิมพ์รัตน์ และอำเภอสิรินธร 3 คน ได้แก่ นายบัวลี โพธิ์วงศ์ นางอรัญญา เรือนเงิน และนายประทวี จันทรนิรักษ์

นางสมปองให้สัมภาษณ์ว่า หากข้อเสนอของชาวบ้านไม่ได้รับความสนใจ ชาวบ้านจะไม่หยุดอยู่แค่นี้เนื่องจากกรรมการ 4 คนที่เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่มีกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ไม่ใช่เจ้าของปัญหาซึ่งไม่รู้ว่าปรากฏชื่อได้อย่างไรซึ่งเรื่องนี้เคยท้วงติงไปแล้วแต่ไม่มีการแก้ไข และสิ่งที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูล ขณะเดียวกันการจัดประชุมในวันที่ 21 กันยายน ที่จะถึงนี้เพื่อพิจารณาการจ่ายเงินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน ก็ยังไม่แน่ใจว่าผลจะเป็นอย่างไร

“ข้อเสนอสำคัญอีกข้อหนึ่งที่เราเรียกร้องมาโดยตลอดคือขอให้มีการเปิดเขื่อนปากมูลตลอดปีเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่สูญเสียไปตั้งแต่ปิดเขื่อน และผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีก็ระบุไว้ชัดว่าการปิดเขื่อนทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร และควรทดลองให้เปิดเขื่อนตลอดปี 5 ปี”นางสมปอง กล่าว