image

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ทยอยดำเนินแผนงานก่อสร้างเขื่อนทั่วประเทศทั้งหมด 5 กลุ่ม จำนวนทั้งสิ้น 92 โครงการไปเรื่อยๆ ตามเป้าหมาย “แบตเตอรี่แห่งอุษาคเนย์”

ไม่สนใจว่า เขื่อนจะทำลายล้างวิถีชีวิตคน ชุมชน และแหล่งอาหารโลกอย่างไร

จนเมื่อผมมีโอกาสไปเก็บข้อมูลวิถีชีวิตชาวประมงที่ “สีพันดอน” เมืองโขง แขวงจำปาสักอีกครั้งสัปดาห์ก่อน  ขากลับมีโอกาสแวะสังเกตการณ์พื้นที่ก่อสร้างหนึ่งใน 92 โครงการ ความน่าสนใจอย่างยิ่งไม่เพียงเพราะกั้นแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ความน่าสนใจยังอยู่ตรงชื่อเจ้าของโครงการคือ “บริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยี แอนด์ วอเทอร์ เอเชีย จำกัด” หนึ่งในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)

ถือเป็นครั้งแรกที่ซีพีหันมาเอาดีทางธุรกิจพลังงาน หลังจากเข้าไปทำธุรกิจและอุตสาหกรรมการเกษตรในลาวมานานเกิน 20 ปี

ไม่กี่สัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่บริษัทยกทีมลงพื้นที่หมู่บ้าน 4 แห่งบริเวณหัวงานสร้างเขื่อน พูดแบบสุภาพคือเก็บข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในข้อดี และประโยชน์โครงการ

พูดอย่างหยาบคายคือ เป็นหนึ่งในแผนเตรียมการอพยพ 4 หมู่บ้าน ราว 1,000 หลังคาเรือนออกไปอยู่พื้นที่อื่น

เขื่อนแห่งนี้ชื่อ “เขื่อนภูงอย” (Phou Ngoy) มีกำลังผลิตไฟฟ้า 651 เมกะวัตต์ สร้างกั้นลำน้ำโขงที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก จัดอยู่ในกลุ่มลงนามสัญญาข้อตกลงเพื่อการพัฒนาโครงการ (Project Development Agreement) แล้วเมื่อปี 2553 ลาวให้เวลาศึกษาความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจ วิชาการ สิ่งแวดล้อม และสังคมจนถึงปี 2561

ย้อนกลับไปปี 2551 ชัชวาล เจียรวนนท์ ประธานบริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยีฯ กับทองมี พมวิไซ รมช.กระทรวงแผนการและการลงทุนของลาว ร่วมเซ็นบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจโครงการเขื่อนแห่งหนึ่งที่นครเวียงจันทน์

ในบันทึกดังกล่าว รัฐบาลลาวอนุญาตให้เครือซีพีสำรวจและศึกษาโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่จุดบ้านลาดเสือ เมืองซะนะสมบูน แขวงจำปาสัก ภายในเวลา 30 เดือน หากคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผู้ลงทุนจากไทยจะได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง มีอายุสัมปทาน 30 ปี

แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ เขื่อนลาดเสือแปรเปลี่ยนมาเป็นเขื่อนภูงอย และย้ายจากเมืองซะนะสมบูนมาอยู่ปากเซ

ผมเดินขึ้นวัดภูงอย ความสูงระดับ 400 ขั้น ไปถ่ายภาพมุมสูง ดูจุดที่จะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงบริเวณดอนเลา โดยดอนเลาจะเป็นเหมือนแกนกลางเขื่อนพอดี

พูดคุยกับชาวบ้านจึงทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่บริษัท และเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันว่า น้ำจะไม่ท่วมบริเวณนี้แน่ แม้ส่วนใหญ่จะรับฟังด้วยดี แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ ต่างยืนยันว่าจะไม่ยอมย้ายหนีไปไหน

“แกนนำชาวบ้านบางคนถึงกับท้าว่า มีเขื่อนวันไหน จะยืนรออยู่ตีนภูงอย ถ้าน้ำไม่ท่วมตีนภู ให้เอาปืนมายิงหัวตรงนั้นเลย”

ไม่รู้ซิครับ ขายไก่ซีพี ปลาซีพี ข้าวแกงซีพีแล้ว นี่ยังจะขาย “ไฟฟ้าซีพี” อีกเหรอ

ผลิตโภคภัณฑ์ขายจนรวยเละ ภาพลักษณ์เฟี้ยวฟ้าวแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี จะข้ามพรมแดนไปรบกวนชาวลาวให้เสียรังวัดทำไม

ข้อยบ่เข้าไจ๊เจ้าจิงๆ
——————-
อนึ่ง ภายหลังจากงานเขียนชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทางทีมประชาสัมพันธ์ของซีพีได้โทรศัพท์แจ้งมายังผู้เขียนว่า โครงการนี้ไม่อยู่ในเครือซีพี โดยนายชัชวาลเป็นหลาน มิได้เกี่ยวข้องกับกิจการซีพี

คอลัมน์ โลกนี้มีรากหญ้า มติชน 8 กค.
โดย ภาคภูมิ ป้องภัย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.